วันศุกร์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2564

 

การสร้างแบบเกมการเล่นของทีม


                                                    ภาพจาก www.lastminute-calabria.net

                                            โค้ชจำเป็นต้องสร้างแบบการเล่นในแต่ละขุมกำลัง ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการเล่นของกองหลัง กองกลางและกองหน้าแล้วก็ตาม สิ่งที่โค้ชยังจำเป็นต้องทำเพิ่มเติมต่อไป..คือการสร้างแบบการเล่นของทีมอีกด้วย...

                                             แนวคิดในการสร้างแบบการเล่นของทีมมีดังนี้...

                                           1. เลือกแบบการเล่นที่เหมาะสมจากการผสมผสานแบบการเล่นของกองหลัง กองกลางและกองหน้าที่ได้เตรียมไว้มาเป็นแบบการเล่นเฉพาะที่เป็นเอกลักษณ์ของทีม

                                           2. เพื่อสร้างความเข้าใจและเป็นแนวทางในการเล่นให้ผู้เล่นทุกคนของทีมได้นำไปใช้เล่นร่วมกัน

                                           3. โค้ชควรเตรียมแบบการเล่นในสถานการณ์ต่างๆไว้ แล้วนำไปฝึกซ้อมเพื่อสร้างความเข้าใจและสามารถเล่นได้สัมพันธ์กัน

                                           4. ถ้าสร้างแบบการเล่นของทีมได้อย่างเหมาะสมแล้ว โค้ชจะสามารถเลือกแบบการเล่นมาใช้วางแผนการเล่นของทีมได้ สามารถแนะนำผู้เล่นให้ทราบถึงวิธีการเล่นและรวมถึงสามารถแก้เกมการเล่นของทีมได้ง่ายอีกด้วย

                                           ดังนั้นการสร้างแบบการเล่นของทีมจะช่วยให้โค้ชสามารถวางแผนการเล่นได้เหมาะสมกับทีมคู่ต่อสู้แต่ละทีม กำหนดกลยุทธ์ในการเล่นทั้งเกมรุก เกมรับ และจัดระบบการแก้เกมการเล่นได้โดยง่าย รวมทั้งจะส่งผลให้ผู้เล่นในทีมเล่นกันได้อย่างสัมพันธ์กัน ซึ่งจะส่งผลให้ทีมเล่นกันได้อย่างเป็นระบบมากขึ้นอีกด้วยเช่นกัน...       

วันจันทร์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

 

การสร้างเกมการเล่นของกองหน้า


                                                    โค้ชจำเป็นต้องสร้างวิธีการและแบบการเล่นที่เหมาะสมกับผู้เล่นและทีม ซึ่งจะเป็นรูปแบบการเล่นเฉพาะ ดังนั้นผู้เล่นจึงต้องทำการฝึกซ้อมเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ

                                                    แนวคิดการในเล่นของกองหน้าสามารถทำได้ดังนี้

                                                   1. เน้นการเคลื่อนที่หนีตัวประกบ ไปยังพื้นที่ว่างเพื่อรับบอล

                                                   2. เน้นการโจมตีจากผู้เล่นที่เล่นบริเวณพื้นที่ด้านข้าง แบบ 4+2v4

                                                   3. เน้นการโจมตีจากผู้เล่นที่เล่นบริเวณพื้นที่ใกล้เส้นประตูของฝ่ายรับ แบบ 4+2v4

                                                   4. เน้นการโจมตีจากผู้เล่นที่เล่นในแนวกลางตรงเข้าหาประตู แบบ 5v3, 6v4

                                                   5. เน้นการหาโอกาสและสร้างจังหวะในการยิงประตู

                                                   6. ฝึกแบบ 4v4, 5v5, 6v6, ในพื้นที่สนามเล็กพร้อมผู้รักษาประตูเน้นการเปิดเกมจากผู้รักษาประตู โต้รุกเร็วและการเข้าทำประตู

                                                 การสร้างรูปแบบการเล่นของกองหน้าจะทำให้  ผู้เล่นของทีมมีความเข้าใจสามารถสร้างเกมรุกและเล่นกันได้อย่างสัมพันธ์กันมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลทีมทำเกมรุกได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป



วันพุธที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

 

การสร้างเกมการเล่นของกองกลาง 


                                             โค้ชจำเป็นต้องวางรูปแบบและสร้างเกมการเล่นของกองกลาง เพื่อทำให้ผู้เล่นรู้และเข้าใจเทคนิคละวิธีการเล่นของทีมว่าจะเล่นกันอย่างไร

                                              แนวคิดในการสร้างเกมการเล่นของกองกลาง..ดังนี้

                                             1. สร้างการเล่นในพื้นที่แดนกลางสนามให้ผู้เล่นกองกลางแบบ 3 v 3,  4 v 4,

3 v 4, 4 v 5, 


                                             2. เน้นเกมการครอบครองบอล

                                             3. เน้นการส่งผ่านบอลเปลี่ยนแกนสลับทั้งด้านซ้ายและขวา

                                             4. เน้นการครอบครองบอลร่วมกับกองหลังเพื่อความปลอดภัย

                                             5. เน้นการส่งบอลทะลุทะลวงกับผู้เล่นแดนหน้า ร่วมกับการเพิ่มความเร็วในการรับ-ส่งบอลด้วย

                                             6. เมื่อเสียการครองบอล ฝึกการชลอเกม ปิดทางการเล่น ประกบตัวบีบกระชับพื้นที่การเล่น และเข้าแย่งตัดเกมการเล่นของคู่ต่อสู้

                                               ควรฝึกการเล่นให้ผู้เล่นกองกลางสามารถเล่นได้เหมาะสมและสัมพันธ์กันกับเพื่อร่วมทีมอีกด้วย..

วันอาทิตย์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

การสร้างเกมการเล่นของกองหลัง..

 

การสร้างความสัมพันธ์การเล่น(เกมรุก)ของกองหลัง        


                            โดยปกติแบบพื้นฐานการเล่นฟุตบอลของทีมมีความสำคัญที่ นักฟุตบอลแต่ละคนจำเป็นต้องเรียนรูั โค้ชจึงมีต้องจัดกิจกรรมปูพื้นฐานแบบการเล่นให้นักฟุตบอลได้ทำการฝึกซ้อม เพื่อสร้างความเข้าใจวิธีการเล่นของทีมได้อย่างถูกต้องและจะได้นำไปใช้ได้อย่างเหมาะสมสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมทีมได้อย่างดี

                                      การสร้างความเข้าใจในแบบการเล่นของทีม ต้องจัดรูปแบบการฝีกแบบแยกส่วนๆโดยจะแยกแบบฝึกเป็นส่วนการเล่นของกองหลัง ส่วนกองกลาง ส่วนกองหน้า  แล้วจึงฝึกแบบการเล่นบอลผสมรวมทั้งทีมแบบนำบอลขึ้นมาจากกองหลังพาบอลขึ้นไปสู่กองหน้าและจบด้วยการเข้าทำประตู รวมทั้งเมื่อเสียบอลเป็นเกมรับแต่ละส่วนจะร่วมด้วยช่วยกันป้องกันอย่างไรเป็นต้น..

                                      แนวทางในการสร้างแบบการเล่นสามารถทำรูปแบบการฝึกซ้อมได้ดังนี้.

                                       แนวการสร้างแบบการเล่นของกองหลัง

                                        1. เซ็ทผู้เล่นกองหลังกับคู่ต่อสู้ 3 v 2 / 4 v 3 / 5 v 4

                                        2. เน้นส่งผ่านบอลกันในแดนหลัง พยายามไม่ให้เสียการครอบครองบอล

                                        3. เน้นเล่นบอลในแนวกว้างสลับผ่านสู่ด้านข้างทั้ง 2 ด้านเป็นหลัก ปัจจุบันต้องเล่นร่วมกับผู้รักษาประตูอีกด้วย


                                        4. สร้างแบบการเล่นให้สัมพันธ์กับผู้เล่นกองกลาง โดยเพิ่มกองกลาง 1 คน เพื่อสร้างแนวทางในการพาบอลคืบหน้าไปข้างหน้าตรงไปสู่แดนกลาง

                                        5. เมื่อเสียบอลต้องฝึกการปิดทางการเล่น ประกบตัว เบียบแย่ง สอดซ้อนช่วยกัน ไม่เปิดโอกาสให้คู่ต่อสู้ยิงประตู

                                         จะเห็นได้ว่ากองหลังจะทำเกมเพื่อเปิดเกมรุก อาจจะทำได้ไม่ง่าย ดังนั้นจึงต้องเน้นการครอบครองบอลและเปิดเกมให้กว้างสู่พื้นที่ด้านข้างทั้งสองด้าน รวมทั้งอาจจะต้องฝากบอลไปถึงผู้รักษาประตูซึ่งอยู่ในแนวลึกเพื่อการครองบอลและเน้นความปลอดภัยในการเล่นของทีม นอกจากนั้นยังเป็นแทคติกการเล่นของทีมเพื่อดึงเวลาหรือดึงคู่ต่อสู้ให้ดันขึ้นมาเปิดเกมรุกเพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้พื้นที่การป้องกันของทีมคู่ต่อสู้เปิดที่ว่างมากขึ้น ทำให้มีพื้นที่ว่างให้ทีมของเราโจมตีได้มากขึ้นอีกด้วย..


วันศุกร์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2564

พัฒนาทักษะใน Small size

     

Small size ใช้พัฒนาทักษะการเล่น

ภาพจาก www.facebook.com

                                        โค้ชสามารถบริหารจัดการกิจกรรมการฝึก เพื่อการพัฒนาในพื้นที่ที่มีขีดจำกัดเช่นในพื้นที่สนามขนาดเล็กได้ เพราะการฝึกทักษะไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่เต็มทั้งสนามมาตรฐานจะใช้พื้นที่เพียงเฉพาะตัวเท่านั้น ดังนั้นสนามขนาดเล็กเพียงพอในการพัฒนาทักษะได้แน่นนอน..ตัวอย่างเช่น.

                                         การพัฒนาทักษะและเทคนิคการส่ง-รับบอล

                      โค้ชสามารถจัดกิจกรรมการฝึกทักษะและเทคนิคการเล่นในส่วนบุคคลและฝึกร่วมกับเพื่อนในทีมได้ดังนี้...   

                                         1. ฝึกการส่งและรับด้วยทักษะที่ถูกต้อง

                                         2. พัฒนาเทคนิคเพื่อเพิ่มคุณภาพการส่ง-รับตามลำดับขั้น..จากการส่ง-รับปกติ และเพิ่มเป็นการส่งไปสู่เป้าหมายที่มีที่กำหนดด้วยความแม่นยำ 

                                         3. พัฒนาเทคนิคการส่ง-รับ ประกอบการเคลื่อนที่ในทิศทางต่างๆด้วย

                                         4. พัฒนาทักษะการส่ง-รับบอลในอากาศได้อย่างเหมาะสม

                                         5. พัฒนาเทคนิคการส่ง-รับ ด้วยความแม่นยำและประกอบการเคลื่อนที่ในทิศทางต่างๆด้วย

                                         การพัฒนาด้านแทคติก

                                      โค้ชควรจัดกิจกรรมการฝึกในแบบที่เด็กต้องนำทักษะและเทคนิคการเล่นมาใช้ในแบบฝึกที่มีคู่ต่อสู้


                                          1. พัฒนาทักษะส่วนบุคคลโดยการเอาชนะคู่ต่อสู้ ด้วยการเลี้ยงบอลหลบหลีกผ่านไป

                                          2. พัฒนาเทคนิคการเล่นด้วยความสัมพันธ์กับเพื่อนเพื่อเอาชนะคู่ต่อสู้

                                          3. พัฒนาเทคนิคและแทคติกการเล่นเกมการรุกและเกมรับ

                                          4. พัฒนาเทคนิคและแทคติกการเล่นทีม ซึ่งการฝึกในสนามเล็กจะทำให้เด็กได้นำทักษะต่างๆมาใช้เล่นในเกมจริง และเด็กทุกคนจะมีโอกาสได้ใช้ทักษะเพื่อเล่นบอลในสถานะการณ์ต่างๆในเกมการเล่นบ่อยครั้งตลอดทั้งเกม ซึ่งจะเสริมให้เด็กแต่ละคนมีประสบการณ์การเล่นในทุกๆด้านเพิ่มมากขึ้นได้อย่างชัดเจน..และที่สำคัญจะพัฒนาศักยภาพในการเล่นในพื้นที่แคบๆได้ดีอีกด้วย.

                                     ดังนั้นการมีพื้นที่ไม่มากหรือมีขนาดสนามที่ไม่ได้มาตรฐาน ก็สามารถพัฒนาศักยภาพของเด็กได้เป็นอย่างดีเช่นกัน ถ้าเราเข้าใจและสามารถจัดกิจกรรมการฝึกที่ถูกต้องเหมาะสม...

 




                                         

                                                   

                                              





วันอังคารที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2564

small size games.สำคัญอย่างไร.

 

พัฒนาศักยภาพด้วย SMALL SIZE GAMES.

ภาพจาก www.pinterest.com

                                         หลายคนอาจจะมีความคิดว่า ถ้าไม่มีสนามบอลขนาดมาตรฐานจะทำการพัฒนาความสามารถของเด็กไม่ได้ หรือพัฒนาได้เล็กน้อยเท่านั้น ....

                                         อันที่จริงถ้าโค้ชมีความเข้าใจ ก็สามารถพัฒนาเด็กและนักกีฬาได้ ในพื้นที่สนามทุกขนาด แม้ว่ามีพื้นที่สนามขนาดเล็กก็ตาม..เพราะโค้ชจะต้องมีจุดประสงค์และเป้าหมายการฝึก มีแบบฝึกที่กำหนดขนาดพื้นที่ที่เหมาะสมใช้ในกิจกรรมการฝึกนั้น เพื่อพัฒนาศักยภาพให้ได้ตามจุดประสงค์ของการฝึกซ้อม

                                         ดังนั้นขนาดสนามขนาดเริ่มต้นที่ 10X10 หลา ก็สามารถพัฒนาศักยภาพของเด็กและนักกีฬาได้อย่างที่ต้องการ.....ตั้งแต่ทักษะ เทคนิค และแทคติก ที้งเฉพาะตัวและกลุ่ม   อย่างที่โค้ชกำหนด                

                                          คุณค่าของการฝึกด้วย Small size Games. สามารถพัฒนาได้ดังนี้.....

                                     1.พัฒนาทักษะส่วนบุคคล..ทั้งการรับ-ส่ง โหม่ง เลี้ยง และยิงประตู

                                     2.พัฒนาเทคนิคการเล่นกับเพื่อนร่วมทีม

                                     3.พัฒนาเทคนิคการเล่นกับคู่ต่อสู้

                                     4.พัฒนาเทคนิคการเล่นเกมรุก

                                     5.พัฒนาการเล่นเกมรับ

                                     6.พัฒนาด้านแทคติกโดยฝึกให้ผู้เล่นสามารถหมุนเวียนเปลี่ยนตำแหน่งแล้ว เล่นแบบผสมกลมกลืนและเล่นด้วยความสัมพันธ์กันอย่างเป็นระบบ และการเล่นทีม

                                           ดังนั้นเด็ก จะสามารถพัฒนาศักภาพให้ดีเพิ่มขึ้นได้จากการฝึกในสนามเล็กตามลำดับขั้นของทักษะ เทคนิค แทคติกและการเล่นเป็นทีม เพราะในสนามเล็กเด็กแต่ละคนจะมีโอกาสสัมผัสกับบอลและได้ทำกิจกรรมการฝึกได้บ่อยครั้ง เด็กจึงจะมีความสามารถได้ครบทุกด้านพร้อมที่จะเป็นนักกีฬาที่ดีได้ในอนาคต...แนวทางในการพัฒนาความสามารถจากสนามเล็กจะนำเสนอในครั้งต่อไป.


วันอังคารที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2563

ฝึกการเล่นแบบ 1 ต่อ 1 มีความสำคัญ..

 

  การฝึกผู้เล่น 1 ต่อ 1  มีความสำคัญอย่างไร

 

ภาพจาก www.clipfasthd.com

                                     ในเกมการเล่นและแข่งขันแม้ว่าแต่ละทีมจะมีผู้เล่นฝ่ายละ 11 คนก็ตาม แต่ถ้าสังเกตให้ดีจะพบว่ามีผู้เล่นทั้ง 2 ฝ่ายต่อสู้แบบ 1ต่อ1 เพื่อแย่งชิงบอลกันตลอดเวลา ดังนั้นผู้เล่นทุกคนจำเป็นต้องได้รับการฝึกการเล่นแบบ 1ต่อ1 ทั้งเกมรุกและเกมรับให้เกิดความชำนาญ ด้วยเหตุผลดังนี้....

                                 เมื่อเป็นฝ่ายรุก..

                                  1.สร้างความเชื่อมั่นในการครอบตรองบอลและสามารถพาบอลหลบหลีกคู่ต่อสู้ได้ 

                                  2.มีความเข้าใจแทคติกการเอาชนะคู่ต่อสู้สามารถเลี้ยงบอลผ่านแบบกินตัวได้ ทำให้เกมการเล่นของทีมเหมือนมีผู้เล่นมากกว่า

 

ภาพจาก www.antrochadeportiva.com

                                  3.สร้างความกดดันให้ทีมคู่ต่อสู้ที่ต้องเฝ้าระวังและใช้ผู้เล่นอย่างน้อย 2 คนตามประกบ จะทำให้ผู้เล่นในทีมเราอยู่ในตำแหน่งที่ว่างมีโอกาสเล่นได้มากขึ้น

 

ภาพจาก www.thairathcoth

                                  4.สามารถนำแทคติกนี้ไปใช้แก้สถานการณ์ปลดล็อกเมื่อเพื่อนร่วมทีมถูกตามประกบไม่สามารถมาช่วยสนับสนุนการเล่นได้ จึงต้องเลี้ยงหลบหลีกคู่ต่อสู้ผ่านเข้าในเขตโทษเพื่อเรียกฟาวล์หรือทะลุทะลวงผ่านเข้าไปยิงประตู

 

ภาพจาก wwwsanook.com

                                  5.สามารถใช้เทคนิคการครอบครองบอลในพื้นที่แคบบริเวณมุมธง เพื่อเผาเวลาให้หมดไปเมื่อทีมมีประตูนำและใกล้หมดเวลาการแข่งขัน..เป็นต้น

                                 เมื่อเป็นฝ่ายรับ..

                                  1.ไม่ตกใจเมื่อทีมเสียการครอบครองบอลและเป็นฝ่ายรับ

                                  2.ใช้แทคติกการชลอเกม โดยห่วงเหนี่ยวให้คู่ต่อสู้เล่นได้ช้าลงไม่สามารถเจาะทะลุผ่านได้ง่าย เพื่อลดความเสียเปรียบลง

                                  3.ใช้แทคติกการปิดทางการเล่น ปิดมุมการส่ง บีบอัดกระชับพื้นที่หาจังหวะเบียดแย่งชิงตัดบอล 

                                  4.เมื่อสามารถครอบครองบอลได้ให้เปลี่ยนแทคติกการเล่นเป็นฝ่ายรุกทันที

                                  ดังนั้นความสำคัญของการฝึกแบบ 1 ต่อ 1 จึงมีความจำเป็นสำหรับผู้เล่น เพราะเป็นทักษะ เทคนิคและแทคติกเบื้องต้นเฉพาะตัว ทำให้สามารถเอาตัวรอดในเกมการเล่นได้และยังช่วยให้เกมของทีมดีขึ้นทั้งเกมรุกและเกมรับอีกด้วย...