วันอังคารที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2562



ทำไม"เจ-ชนาธิป"เล่นฟุตบอลได้ดีกว่า..คนอื่น

ภาพจาก www.youtube.com

                              โดยปกติมนุษย์ที่เกิดมาธรรมชาติจะให้หนึ่งสมอง สองมือสองเท้า และหนึ่งใจมาเหมือนๆกัน แต่อาจจะมีความแตกต่างกันไปบ้างตามพันธุกรรมของเชื้อชาติ นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าคนบางคนอาจจะเสียเปรียบคนอื่นตลอดไป เพียงแต่คนผู้นั้นจะมีวิธีการอย่างไรที่จะช่วยให้ตนเองเท่าเทียมหรือดีกว่าคนอื่นๆได้
                              "เจ-ชนาธิป สรงกระสินธ์" เป็นนักฟุตบอลอาชีพคนหนึ่งที่กำลังรุ่งโรจน์ในขณะนี้ ได้ไปค้าแข่งที่ประเทศญี่ปุ่น ทั้งๆที่เขามีขนาดร่างกายที่เสียเปรียบนักฟุตบอลทุกคน แต่เขาสามารถก้าวผ่านขีดจำกัดที่มีอยู่ของตัวเองไปได้อย่างไร.....

 ภาพจาก www.sanook.com

                             สิ่งที่ทำให้ "เจ-ชนาธิป"ก้าวเดินบนเส้นทางนักฟุตบอลอาชีพได้อย่างภาคภูมิสมศักดิ์ศรีนั้น เกิดมาจาก 3 อย่างนี้คือ
                              1. ศักยภาพทางสมอง
                              2. ศักยภาพทางร่างกาย
                              3. ศักยภาพทางจิตใจ
                          1. ด้านศักยภาพทางสมอง.. คือการคิดวิเคราะห์อย่างชาญฉลาด
                              1.1. อย่าคิดว่าเป็นไปไม่ได้ สิ่งนั้นมันยาก เหนื่อย หรือท้อ เพราะจะทำให้ความคิดนั้นไปกดความสามารถที่มีอยู่ในกายไม่ให้แสดงศักยภาพออกมาได้เต็มที่


ภาพจาก www.komchadluek.net

                              1.2. คิดบวก..ให้มองว่าทุกสิ่งที่เข้ามาเป็นสิ่งที่ท้าทาย ไม่คิดว่าการมีร่างกายที่เสียเปรียบจะเป็นปัญหา แต่คิดว่าจะใช้ร่างกายของตนเล่นอย่างไรให้ได้เปรียบในการเล่นฟุตบอล
                              1.3. ตั้งเป้าหมายในชีวิต..ต้องก้าวไปเป็นนักฟุตบอลทีมชาติและเป็นนักฟุตบอลอาชีพ
                              1.4. คิดวิธีการที่จะก้าวไปสู่เป้าหมาย..กำหนดแนวทางอย่างเป็นระบบตามขั้นเพื่อส่งเสริมให้เกิดความสำเร็จ เช่นต้องมีทักษะ เทคนิค ความเข้าใจเกมการเล่นที่ดีและถูกต้องตามศาสตร์ของฟุตบอล
                              1.5. วิเคราะห์จุดแข็งจุดอ่อนของตน..พิจารณาว่าจุดใดบ้างที่ต้องปรับปรุงแก้ไข และจุดใดบ้างที่จะเสริมให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น เพื่อนำไปสร้างความโดดเด่นใช้ในการเล่นฟุตบอล เช่นนำความว่องไวและความเร็วต้นของคนร่างเล็กมาใช้ในการเล่น
                              1.6. เลือกทักษะ เทคนิควิธีการเล่นมาใช้ให้เหมาะสมไม่เสียเปรียบ

 ภาพจาก www.mainstand.co.th
                              
                          2. ด้านศักยภาพทางร่างกาย..คือการพัฒนาสมรรถนะร่างกายและเทคนิคการเล่นฟุตบอล

 ภาพจาก www.foxsport.co.th

                              2.1. สร้างเสริมสมรถภาพร่างกาย..พัฒนาสมรรถนะร่างกายทุกด้าน และเน้นเพิ่มด้านความเร็ว ความว่องไว ความเร็วและอดทน ปฏิกิริยาตอบสนอง ความสัมพันธ์ของระบบประสาทกับกับกล้ามเนื้อและการเคลื่อนไหวที่ถูกต้อง เป็นต้น
                             2.2. พัฒนาทักษะ เทคนิค แทคติก เกมการเล่นต่างๆ รวมถึงเสริมประสบการณ์เพื่อเล่นได้อย่างถูกต้อง จนให้เกิดความชำนาญและเล่นร่วมกันคนอื่นๆได้ดีในทุกสถานะการณ์
                             2.3. นำทักษะ เทคนิคและแทคติกที่เหมาะสมมาใช้ เพื่อให้เกิดความได้เปรียบในการเล่นเสมอๆ
                         3. ด้านศักยภาพทางจิตใจ.. คือมีจิตใจที่ แข็งแกร่ง
                             3.1. ต้องพัฒนาจิตใจ..ให้มีความเข้มแข็ง ต่อสู้กับอุปสรรคปัญหาความยากลำบากที่จะต้องพบ
                             3.2. ต้องอดทนต่องานหนัก..ทนต่อการฝึกซ้อมและเกมการแข่งขันที่เข้มข้นและหนักมากขึ้นไป ตามระดับมาตรฐานของเกมการแข่งขัน

 ภาพจาก www.thailandsuperstar.com

                             3.3. ต้องมุ่งมั่นเพื่อความสำเร็จ..ต้องมีความมุมานะทุ่มเททุกอย่างเพื่อสร้างผลงานให้เกิดขึ้นตามเป้าหมายที่กำหนด ตามลำดับด้วยความอดทน ไม่ท้อแท้หรือใจร้อนเกินไป...
                                      ต้องขอบคุณ คุณพ่อของ"เจ-ชนาธิป"ที่ได้ว่างแผนอนาคตและปูพื้นด้านทักษะพื้นฐานการเล่นฟุตบอลไว้ให้อย่างดี จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมาถึงทุวันนี้..น้องๆลองนำแนวทางแบบพื้นฐานของ "พี่เจ-ชนาธิป"ไปใช้เพื่อการพัฒนาตัวเองให้ก้าวไปสู่ฝันของตนได้ในอนาคต.....

วันอาทิตย์ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2562



เตรียมความพร้อมอย่างไร..ทำให้เป็นนักกีฬาเด่นเล่นได้ดี.


ภาพจาก www.brellabee.com
                             นักฟุตบอลแต่ละคนต้องเตรียมตนเองในพร้อมสมบูรณ์แบบมากที่สุด เพื่อจะได้แสดงความสามารถในการเล่นให้โดดเด่น ความพร้อมด้านต่างๆที่ต้องเตรียมมีดังนี้              
                              1.ด้านจิตใจและจินตนากการ
                              2.ด้านสมรรถภาพร่างกาย
                              3.ด้านทักษะและเทคนิคการเล่น
                              4.ด้านความเข้าใจเกมและการเล่นตามแผนการเล่น
                              5.ด้านความสัมพันธ์ในการเล่นกับเพื่อนร่วมทีม
                              6.ด้านการคาดการณ์ อ่านเกมและปรับแทคติกให้เหมาะสมกับสถานะการณ์เกม
                              7.ด้านสปิริต
                              8.ด้านจรรยาบรรณในอาชีพ
                                   1. ด้านจิตใจและจินตนาการ..นักกีฬาที่ดีต้องมีจิตใจที่แข็งแกร่ง มีความมุ่งมั่น อดทนและพยายามมากกว่าคนปกติ ต้องตั้งเป้าหมายสูงสุดเอาไว้แล้วต้องก้าวตามฝันของตนเอง แต่ต้องวางแผนการเดินตามฝันอย่างมั่นคงทีละระดับและพร้อมที่จะพัฒนาตนเองไปสู่ระดับที่สูงขึ้นจนถึงเป็าหมายที่หวังไว้ให้จงได้
                                   2. ด้านสมรรถภาพร่างกาย..โดยปกติสภาพร่างกายต้องมีความสมบูรณ์ก่อนดังนั้นด้านโภชนาการและการพักผ่อนอย่างเพียงพอจึงเป็นปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็น จากนั้นจึงดำเนินการสร้างเสริมสมรรถภาพทางกายด้านต่างๆ เช่นด้านความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่จำเป็นใช้ ในการเล่นฟุตบอล ความเร็ว ความคล่องแคล่วว่องไว ความอดทน ความเร็วและอดทน ปฏิกริยาตอบสนองและความสัมพันธ์ของระบบประสาทและการเคลื่อนไหวเป็นต้น เมื่อสมรรถภาพร่างกายดีจะสามารถฝึกเพื่อพัฒนาทักษะ เทคนิคและแทคติกต่างๆได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งความแข็งแกร่งของร่างกายจะช่วยสร้างความได้เปรียบในเกมการเล่นได้มากขึ้นด้วย

ภาพจาก www.springne.co.th

                                   3. ด้านทักษะและเทคนิคการเล่น..พื้นฐานของนักฟุตบอลที่ดีต้องมีทักษะการครอบครองบอล รับ-ส่ง โหม่ง เลี้ยง และยิงประตูดีมาก ดังนั้นไม่ควรมองข้ามจึงต้องสร้างทักษะพื้นฐานดังกล่าวอย่างถูกต้องและต้องฝึกซ้อมอย่างสม่ำเสมอให้เกิดความชำนาญ และต้องเรียนรู้เทคนิควิธีการเล่นทุกแบบในสถานการณ์ต่างๆเพื่อสร้างความเข้าใจจะได้นำไปใช้ในเกมการเล่นจริงได้อย่างเหมาะสม
                                   4. ด้านความเข้าใจเกมการเล่นตามแผนการเล่น..นักฟุตบอลที่ดีจะมีความเข้าใจแทคติกในการเล่นแบบต่างๆ เช่นเกมรุก เกมรับ การรุกจากด้านข้าง การรุกแนวกลาง การโต้รุกเร็ว การเช็กล้ำหน้า การแก้กับดักล้ำหน้าเป็นต้น    และสามารถเล่นด้วยความได้เปรียบในแต่ละสถานการณ์ รวมถึงการเล่นได้ตามแผนที่โค้ชกำหนด
                                   5. ด้านความสัมพันธ์ในการเล่นกับเพื่อนร่วมทีม..ต้องเข้าใจว่าฟุตบอลเล่นเป็นทีม นักฟุตบอลจะเล่นด้วยตนเองคนเดียวแบบโชว์เดี่ยวจึงเป็นไปได้ยาก ดังนั้นจึงต้องฝึกซ้อมเพื่อการเรียนรู้แทคติกและแผนการเล่นให้สัมพันธ์กับเพื่อนร่วมทีม  ซึ่งจะทำให้เกมการเล่นของทีมลื่นไหลเป็นระบบและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
                                   6. ด้านการคาดการณ์ อ่านเกมและปรับแทคติกการเล่นให้เหมาะสมกับสถานการณ์เกม..นักฟุตบอลทีดีจะมีเซ็นท์ในการคาดการณ์ว่าน่าจะเกิดอะไรขึ้นในเกมการเล่น และสามารถปรับแทคติกการเล่นเพื่อให้เสียเปรียบน้อยลง หรือได้เปรียบในเกมการเล่นและเล่นได้อย่างเหมาะสมในแต่ละสถานการณ์ได้อย่างสม่ำเสมอ
                                   7. ด้านสปิริต..นักกีฬาที่ดีต้องเป็นผู้ที่มีน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะและให้อภัย ดังนั้นต้องเล่นตามกฏกติกา ควบคุมอารมณ์ตนเองได้อย่างดี ไม่เกเรเล่นนอกเกม เพราะจะทำให้เสียสมาธิไปจากเกมการเล่น และจะเกิดการทะเลาะวิวาท แต่ควรจะมุงมั่นทุ่มเทในเกมการเล่นเพื่อผลการเล่นที่ดีที่สุด
 
 ภาพจาก www.shotongoal.com

                                   8. ด้านจรรยาบรรณในอาชีพ..ทุกอาชีพจะมีบทบาทหน้าที่เฉพาะอาชีพจึงจำเป็นต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุดและต้องรักษาเกียรติและศักดิ์ศรีในวิชาชีพของตน ดังนั้นต้องเล่นด้วยความซื่อสัตย์ และต้องระลึกว่าผู้ชมที่มาดูมาเชียร์  เขาต้องการเห็นศักยภาพ  ลีลาการเล่นของแต่ละบุคคล รวมถึงเกมส์การแข่งขันทีสนุกสนานตื่นเต้นเร้าใจ นักกีฬาจึงต้องทุมเทในการเล่นจนกว่าจะหมดเวลาการแข่งขันในแต่ละเกม และไม่เล่นเพื่อไล่โค้ชหรือล้มบอลเป็นต้น...
                                  นักฟุตบอลที่ดีต้องเตรียมความพร้อม โดยพัฒนาศักยภาพด้านต่างๆให้เกิดขึ้นในตัวให้ได้มากที่สุด เพื่อก้าวขึ้นไปเป็นนักฟุตบอลเด่นและเล่นดีได้ต่อไป.....
                             

วันอังคารที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2562



ทำไมผลการแข่งขันของฟุตบอลทีมชาติไทย..จึงไม่ถูกใจคนไทย.


ภาพจาก www.thairath.co.th

                                  ผลงานการแข่งขันฟุตบอลทีมชาติไทยไม่ดีอย่างที่ชาวไทยตั้งเป้าหมายไว้ ชุดใหญ่ก็ยังไม่โดดเด่นในระดับเอเซีย ส่วนชุดเล็กไม่ว่าจะเป็นชุด U-23 และ U-19 ยังเอาตัวไม่รอดในระดับอาเซี่ยนอีกด้วย โดยแพ้ทีมเวียดนามบ่อยครั้งมากขึ้นทั้งๆที่เขาเคยต่ำชั้นกว่าทีมไทย แต่ปัจจุบันรูปแบบและแทคติกการเล่นพัฒนาขึ้นเห็นได้ชัดเจน..ผู้รู้และผู้ที่สนใจฟุตบอลไทยได้แสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้กันอย่างกว้างขวาง
                                 ผู้เขียนจะไม่วิจารณ์แต่จะขอแสดงความคิดเห็น ซึ่งอาจจะเป็นการมองต่างมุมจากข้อคิดเห็นต่างๆที่ผู้เกี่ยวข้องทั้งผู้บริหารสมาคมฟุตบอลฯ ฝ่ายเทคนิค โค้ชและนักกีฬา มองข้ามไป ถ้าวิเคราะห์ศักยภาพของทีมไทยจะเห็นหลายอย่างที่ต้องปรับแก้ไขโดยเร็ว..มิฉะนั้นการพัฒนาฟุตบอลของบ้านเราจะตามหลังทีมที่อยู่ในระดับอาเซี่ยนเลยทีเดียว..สิ่งที่สำคัญที่น่าจะต้องปรับปรุงมีดังนี้..
                                     1.ด้านทัศนคติ
                                     2.ด้านความรู้และเข้าใจแบบการเล่นสากล
                                     3.ด้านความสัมพันธ์การเล่นเป็นทีม
                                     4.ด้านสมรรถภาพทางกายที่ใช้เล่นฟุตบอล
                                     5.ด้านความมุ่งมั่นและการควบคุมอารมณ์
                                1.ด้านทัศนคติ ทั้งผู้บริหารสมาคม โค้ชและนักฟุตบอล ควรปรับความเชื่อด้านศักยภาพและขีดความสามารถด้านฟุตบอล รวมถึงลีกอาชีพของไทยว่า    เหนือชั้นกว่าชาติอื่นๆในอาเซื่ยน จึงทำให้ประมาทมองข้ามไม่สนใจการพัฒนาการของทีมอื่นๆ ว่าเขาพัฒนาก้าวหน้าไปถึงไหน ทำให้เตรียมความพร้อมได้ไม่สมบูรณ์แบบ เมื่อเจอกับสถานการณ์ที่ไม่ได้คาดคิดมาก่อนจึงปรับสภาพไม่ทัน
                               2.ด้านความรู้และเข้าใจแบบการเล่นสากล ฝ่ายเทคนิคและโค้ชต้องสร้างให้นักฟุตบอลทุกคนให้รู้และเข้าใจรูปแบบ วิธีการเล่นพื้นฐานสากลในทุกๆแบบและสามารถทำได้สัมพันธ์กันอย่างดี เพราะนักฟุตบอลจะได้รู้ว่าในแต่ละสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ต้องเล่นอย่างไร เล่นกับใครที่ไหนเพื่อให้การเล่นมีความได้เปรียบมากที่สุด และสามารถเล่นได้เหมาะสมกับแทคติกหรือแผนที่โค้ชได้กำหนดไว้
                                3.ด้านความสัมพันธ์การเล่นของทีม โค้ชต้องสร้างแบบการเล่นเฉพาะให้เหมาะสมกับทีมและบุคคลโดยมีฐานการเล่นจากแบบการเล่นสากล แล้วดำเนินการฝึกซ้อมบ่อยๆจนนักฟุตบอลเข้าใจและสามารถเล่นด้วยความสัมพันธ์กันอย่างดีในทุกสถานการณ์ทั้งเกมรุกแและเกมรับ ทีมจึงเล่นกันได้อย่างเป็นระบบและชัดเจน
                              4.ด้านสมรรถภาพทางกายที่ใช้เล่นฟุตบอล จะพบว่าได้ใช้วิทยาศาสตร์มาพัฒนานักกีฬาโดยเน้น Weight Training ซึ่งเห็นการเปลี่ยนแปลง นักฟุตบอลมีความแข็งแรงและมีกล้ามเนื้อเพิ่มขนาดที่เห็นได้ชัดเจน แต่ศักยภาพของนักฟุตบอลในบางด้านเช่นความเร็วและความคล่องแคล่วว่องไวสู้ทีมอื่นไม่ได้ ซึ่งการฝึกสมรรถภาพไม่ควรเน้นที่ความแข็งแรงเท่านั้น ต้องเสริมในจุดอื่นๆที่จำเป็นมากขึ้น เพื่อความเหมาะสมกับสภาพของคนไทยหรือเฉพาะของแต่ละบุคคล รวมทั้งการเสริมด้านโภชนาการและเครื่องดื่มให้เหมาะสำหรับแต่ละคนด้วย
                             5.ด้านความมุ่งมั่นและการควบคุมอารมณ์ นักฟุตบอลควรมีความฝันหรือเป้าหมายอนาคตของตนเองไว้ให้สูงขึ้นเป็นลำดับ แล้วต้องมุ่งมั่นตั้งใจพัฒนาตนเองให้ก้าวสู่ความสำเร็จให้ได้ในแต่ละขั้น และต้องกล้าแกร่ง กระหายชัยชนะตลอดเวลา ส่วนด้านอารมณ์ก็จำเป็นต้องควบคุมให้ได้เพราะยิ่งเล่นในระดับที่สูงขึ้น คู่ต่อสู้จะมีความสามารถใกล้เคียงกันหรือดีกว่า การเล่นจึงยากมากขึ้น การกระทบกกระทั่งย่อมเกิดมากขึ้น ถ้าคุมตัวเองไม่ได้จะทำให้ไม่มีสมาธิในการเล่น เกมการเล่นกับเพื่อนร่วมทีมก็ไม่เป็นไปตามแผน อาจทำให้โอกาสจะได้ชัยชนะของทีมสูญเสียไปด้วย...
                                  มุมที่มองต่างอาจจะเป็นจุดเล็กๆ แต่ถ้าลองเหลียวมองดูแล้วนำไปพิจารณาทบทวนดู อาจจะทำให้มีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีก็เป็นได้...          

วันพฤหัสบดีที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2562



โค้ชเตรียมการเพื่อการแข่งขัน..อย่างไร

ภาพจาก www.ahead.aasia

                                        โค้ชอาชีพที่ผ่าน Licence ระดับต่างๆเขาจะมีกระบวนการในการเตรียมความพร้อมทีมเพื่อการแข่งขันอยู่แล้ว ยิ่งได้ทำงานในระดับสโมสรด้วยแล้วจะมีทั้งเครื่องมือ โปรแกรมและทีมงานในการสอดแนมสังเกตุการณ์ (Observe) วิเคราะห์เกมส์ (Analysis) การฝึกซ้อม (Training) เป็นต้น ซึ่งโค้ชแต่ละคนจะมีเทคนิคในการดำเนินการเพื่อความสำเร็จที่แตกต่างกันไป
                                      แต่่่่โค้ชสมัครเล่นหรือโค้ชมือใหม่ที่ต้องทำงานและทำภายใต้ขีดจำกัดหรือทำในภาวะขาดแคลน พูดง่ายๆคือทำงานเพียงคนเดียวหรืออาจจะมีทีมงานช่วย 2-3 คนเท่านั้น แต่ด้วยความรับผิดชอบต่อหน้าที่ก็ต้องทำงานให้สำเร็จ....แล้วควรจะทำอย่าง..??
                   แนวคิดในการเตรียมการของโค้ช...สามารถดำเนินการภายใต้ขีดจำกัดได้ดังนี้
                                   1. คาดการณ์
                                   2. อ่านเกมส์
                                   3. วางแผนการเล่น
                                   4. ฝึกซ้อม
                                   5. ปรับแก้เกมส์
 

 ภาพจาก www.cheerball.com

                              1. การคาดการณ์..โค้ชต้องหาข้อมูลรูปแบบการเล่น ศักยภาพของผู้เล่น จุดแข็งจุดอ่อนของทีมคู่แข่ง ด้วยตัวเองหรือให้ทีมงานช่วยหาข้อมูล (ไม่มีโปรแกรมการวิเคราะห์เกมส์) แล้วอาจจะต้องใช้เซ็นท์หรือจินตนาการในการคาดการณ์ว่า..โค้ชทีมคู่แข่งขันมีความคิดเห็นกับของเราอย่างไร.เช่นมีจุดแข็งอย่างไร มีจุดอ่อนที่ตรงไหน แล้วจะเล่นงานทีมเราอย่างไร..เป็นต้น
                             2. การอ่านเกมส์..โค้ชต้องนำข้อมูลมาพิจารณา แล้วมองว่าโค้ชทีมคู่แข่งขันประเมินศํกยภาพการเล่นของทีมเราอย่างไร แล้วจึงจะใช้เทคนิคและแทคติกอย่างไรมาใช้กับทีมของเรา..เช่นจะป้องกันแบบไหน และจะนำวิธีไหนมาใช้โจมตีรวมทั้งผู้เล่นคนไหนจะเป็นตัวหลักในการสร้างสรรค์เกมในแต่ละแทคติก..เป็นต้น
                              3. การวางแผนการเล่น..สืบเนื่องจากข้อ 1และ 2 แล้วโค้ชต้องคิดวางแผนว่าจะมีแนวทางในการรับมือหรือเล่นกับทีมคู่ต่อสู้อย่างไรในสถานะการณ์ต่างๆที่คาดว่าจะเกิดขึ้น เพื่อให้เกิดความได้เปรียบในการเล่นให้มากที่สุด
                             4. การฝึกซ้อม..โค้ชต้องกำหนดรูปแบบการฝึกซ้อม ให้สนับสนุนแผนการเล่นที่ได้วางไว้ เพื่อสร้างความเข้าใจ  และเล่นกันได้อย่างมีความสัมพันธ์ในแต่ละสถานะการณ์นั้น เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการเล่นของทีม
                             5. การปรับแก้เกมส์..โค้ชจำเป็นต้องเตรียมแผนการเล่นสำรองไว้ด้วย เพราะเกมการเล่นของทีมคู่ต่อสู้อาจจะไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิดไว้ทุกอย่าง จึงต้องมีการปรับแทคติกการเล่นให้เหมาะสม หรือพิจารณาสถานะการณ์เกมในขณะแข่งขัน แล้วเห็นช่องทางในการเล่นที่ดีกว่าจึงปรับแก้เกมส์ในขณะแข่งขันหรือในช่วงเวลาพักครึ่งของการข่งขัน..เป็นต้น
                               แนวทางดังกล่าวสามารถช่วยโค้ชที่ต้องทำงานภายใต้ขีดจำกัด ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาต่างๆเพื่อให้สามารถทำภารกิจให้สำเร็จลุล่วงไปได้ 

วันพุธที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2562



ทำไมโค้ชแต่ละคนจึงประสบความสำเร็จไม่เหมือนกัน..
 
ภาพจาก www.khobsanam.com

                                          ทีมฟุตบอลที่แข่งขันในลีกใหญ่ๆทั่วโลกและทีมชาติต้องมีโค้ชที่มีความรู้ความสามารถและต้องผ่านการอบรมหลักสูตรผู้ฝึกสอนในระดับสูงถึง Pro Licenes ต้องรับผิดชอบในการบริหารจัดการทีม แต่ผลงานของทีมแต่ละทีมนั้นประสบความสำเร็จแตกต่างกันไป
                                          บางคนอาจจะสงสัยว่า..มีโค้ชเพียงไม่กี่คนที่ทำผลงานแล้วมีความสำเร็จได้อย่างยอดเยี่ยม....แต่โค้ชอีกหลายๆคนไม่มีผลงานที่ดีมากๆออกมาให้เห็น
                                       ความสำเร็จที่เกิดขึ้นของทีมจะเกิดจากองค์ประกอบหลายอย่าง..เช่น
                                       1.โค้ชดี
                                       2.นักกีฬาดี
                                       3.ทีมบริหารดี
                                       4.การบริหารงานดี
                                       5.งบประมาณ และการสนับสนุนดี
                                       6.โชคดี
                                       อย่างไรก็ตามองค์ประกอบที่สำคัญที่จะส่งผลต่อความสำเร็จคือ..โค้ช และนักกีฬา ถึงแม้ว่าโค้ชจะมีดีกรีผ่านหลักสูตรการอบรมสูงๆมากแล้วก็ตาม ถ้าไม่สามารถทำ 2 สิ่งนี้ได้ก็จะประสบความสำเร็จได้ยากเช่นกัน
                                        1.โค้ช..ต้องสามารถนำความรู้ที่มีอยู่ออกมาใช้ให้ได้ 100 เปอร์เซ็น หรือให้เกิน 100 เปอร์เซ็น เพราะถ้านำความรู้มาใช้ได้น้อย ก็จะทำผลงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร และอาจจะแพ้ให้กับโค้ชที่มีผ่านการอบรมในระดับที่ต่ำกว่า แต่เขาพยายามนำความรู้ที่เขามีอยู่ออกมาใช้ได้เกิน 100 เปอร์เซ็น ซึ่งอาจจะช่วยให้เขาทำผลงานเท่าหรือดีกว่าก็ได้
                                        2.โค้ช..ต้องสามารถพัฒนานักกีฬา และที่สำคัญต้องสามารถดึงศักยภาพที่มีในตัวนักกีฬานั้นให้เขาแสดงหรือนำออกมาใช้ให้ได้มากที่สุด ซึ่งอาจจะต้องใช้ทั้งเทคนิค ประสบการณ์ และจิตวิทยาของโค้ชไปกระตุ้นโดยตรงกับตัวนักกีฬา
                                       หากโค้ชมองข้ามสิ่งเหล่านี้ไป นักกีฬาอาจจะขาดการยอมรับไม่มีความศัทธา ซึ่งจะส่งผลโดยตรงให้ทีมสามารถไม่แสดงศักยภาพที่มีอยู่ออกมาทำให้ผลการแข่งขันแย่ลงๆ ถ้าอาการหนักกว่านั้นอาจจะถึงขั้นทีมแตกได้ หรืออย่างที่เราเห็นกันอยู่บ่อยๆก็คือนักกีฬาเล่นไล่โค้ชเลยทีเดียว....
 

วันศุกร์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2562



อาชีพโค้ช..โค้ชมืออาชีพ!!

ภาพจาก www.euro2016.siamsport.co.th

                                    หลายท่านมีความรู้สึกและอยากทำหน้าที่โค้ชฟุตบอล..และแอบคิดเข้าข้างตนเองเล็กๆว่า..ทำได้.!!
                                      อันที่จริงอาชีพโค้ชฟุตบอล.เป็นอาชีพที่น่าสนใจไม่น้อยเพราะสามารถสร้างประโยชน์ให้เกิดขึ้นต่อตนเอง ผู้อื่น ชุมชนและประเทศชาติ ทั้งรายได้และชื่อเสียงเกียรติยศ..
                                   การเป็นโค้ชไม่ใช่เรื่องที่ง่ายอย่างที่บางคนที่อยากจะเป็นคิด ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเป็นโค้ชให้ใคร หรือกลุ่มคนระดับไหน..เพราะหน้าที่โค้ชแบบไม่เป็นทางการ..จะเริ่มจากครอบครัวแม่และพ่อจะทำหน้าที่สอนการเล่นให้กับลูกๆอยู่แล้ว ครูที่สอนในโรงเรียน และผู้ใหญ่ที่เคยเล่นฟุตบอลมาก่อนช่วยสอนการเล่นให้รุ่นน้องๆเป็นต้น ส่วนโค้ชที่เป็นทางการ..ได้แก่ผู้ที่ได้รับมอบหมายจากหน่วยงานหรือองค์กรต่างๆให้ทำหน้าที่โค้ชทีมฟุตบอลในทุกระดับ ซึ่งกลุ่มนี้ถือได้ว่ามีอาชีพเป็นโค้ช..
                                   ดังนั้นผู้ที่ต้องการมีอาชีพเป็นโค้ช...จำเป็นต้องศึกษาหาความรู้โดยผ่านการอบรมหลักสูตรผู้ฝึกสอนในระดับต่างๆตามหลักการสากลที่องต์กรที่รับผิดชอบ หรือ AFC และ FIFA กำหนด เพื่อนำความรู้และวิธีการฝึกสอนเทคนิคและวิธีการเล่นที่ถูกต้องมาพัฒนาเด็กและนักกีฬาได้อย่างเหมาะสมตามระดับการพัฒนา
                                  ส่วนโค้ชมืออาชีพ จะเป็นโค้ชที่มีความมุ่งมั่นในการทำหน้าที่ในรายละเอียดต่างๆที่โค้ชต้องปฏิบัติได้อย่างครบถ้วนและเข้มข้น รวมทั้งเน้นผลสัมฤทธิ์ในความรับผิดชอบงานที่ได้รับมอบหมายเต็มร้อย ยิ่งถ้าไม่สามารถทำผลงานได้อย่างที่กำหนดไว้ ก็จะแสดงความรับผิดชอบทันที โดยไม่อ้างเหตุผลต่างๆเพื่อเป็นการแแก้ตัว ซึ่งจะเห็นได้ว่าการเป็นโค้ชนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด
                                   ดังนั้นการเป็นโค้ชมืออาชีพจึงมีภาระหนักมาก ไม่ใช่ทำการฝึกซ้อมให้ผ่านไปวันๆแบบไม่มีแผนและไม่เป็นระบบ เพราะด้วยภาระที่ต้องรับผิดชอบจะเน้นผลงานที่ได้รับมอบหมาย โค้ชมืออาชีพจึงจำเป็นต้องมีการบริหารจัดการทีมและการวางแผนฝึกซ้อม วางรูปแบบระบบการเล่นของทีม วางระบบและดำเนินการฝึกซ้อมเตรียมทีม ประเมินผลการพัฒนาของผู้เล่นและทีม อย่างชัดเจนเป็นระบบและเป็นรูปธรรมเป็นต้น เพื่อผลักดันให้ผลงานประสบความสำเร็จอย่างที่หวังไว้.....  

วันพุธที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562



การสร้างความสมดุล (Balance) ในเกมการเล่น

ภาพจาก www.th.professionalsoccercoaching.com

                                ความสมดุล (Balance) มีความสำคัญในเกมการเล่นและจะส่งผลต่อความสำเร็จในเกมการแข่งขัน..แนวคิดในการสร้างความสมดุลในทีมแบบพื้นฐานเบื้องต้นสามารถทำได้ดังนี้


                                1. ด้านขุมกำลังของทีมที่ชัดเจน..การจัดผู้เล่นลงในพื้นที่กองหลัง กองกลางและกองหน้านั้น ควรจัดวางตามความเหมาะสมกับระดับขีดความสามารถของผู้เล่นที่มีอยู่ แล้วจึงมากำหนดระบบการเล่นอย่างที่เห็นกันอยู่..เช่นทีมได้กำหนดให้เล่นในระบบ 4:4:2 , 4:3:3 , หรือ 3:5:2 เป็นต้น นั่นแสดงว่าแต่ละระบบจะจัดวางผู้เล่นไว้ในขุมกำลังต่างๆอย่างไร อย่างเช่น 3:5:2 แสดงว่าในเกมรับทีมจัดวางผู้เล่นกองหลังไว้ 3 คน กองกลาง 5 คน และกองหน้า 2 คน แต่เมื่อเปลี่ยนเป็นเกมรุกผู้เล่นจะเคลื่อนตัวปรับขมกำลังเป็นอย่างไร อย่างเช่นปรับไปเป็น 3:3:4 ซึ่งกองกลาง 2 คนจะเติมขึ้นไปเป็นกองหน้าทันที ซึ่งเป็นการให้ความสำคัญในยุทธวิธีเกมการเล่นของแต่ละทีม..เป็นต้น
                                2. ระยะทางระหว่างขุมกำลังต้องเหมาะสม..ในเกมการเล่นทั้งเกมรุกและเกมรับระยะของกองหลัง กองกลางและกองหน้า ต้องไม่ห่างหรือชิดกันเกินไป หรือกล่าวแบบง่ายๆคือดันขึ้นไปสนับสนุนในเกมรุก และถอยลงมาช่วยในเกมรับได้พอเหมาะไม่มีพื้นที่ว่างให้คู่ต่อสู้ครองบอลได้ง่าย..ซึ่งจะขึ้นอยู่กับการฝึกแบบผสมผสานผู้เล่นซึ่งกันและกัน (Combination Play) โดยการฝึกตามบทบาทหน้าที่เฉพาะตำแหน่ง ผสมกับการฝึกการเล่นในพื้นที่ทั้งกองหลัง กองกลาง หรือกองหน้าให้เกิดความเข้าใจและเล่นสัมพันธ์กัน..เป็นต้น
                             3. สร้างความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของแต่ละตำแหน่ง และในแต่ละสถานะการณ์เกมว่า.. ในสถานะการณ์นั้นผู้เล่นคนใดต้องทำอะไร และทำอย่างไรจึงจะสร้างความได้เปรียบในขณะนั้นมากที่สุด ซึ่งโค้ชต้องสร้างให้ผู้เล่นทุกคนรู้ เข้าใจ และสามารถปฏิบัติได้จริงในแนวทางที่ครวจะเป็น.......เพราะในสถานะการณ์เกม บางครั้งผู้เล่นอาจจะต้องเคลื่อนที่หมุนเวียนเปลี่ยตำแหน่งกัน (Rotation) ซึ่งไม่ว่าใครที่หมุนเวียนเปลี่ยนไปอยู่ในตำแหน่งหรือพื้นที่แดนใด จะต้องเล่นในรูปแบบและวิธีการเล่นอย่างเดียวกันนั้น จึงจะทำให้เกมลี่นไหลไม่สะดุด
                                ดังนั้น..ถ้าสามารถฝึกได้ เกมการเล่นของทีมจะสามารถคงรูปแบบที่กำหนดไว้ ผู้เล่นจะมีอยู่ครบทุกตำแหน่งและขุมกำลังในทุกพื้นที่จะสามารถสนับสนุนซึ่งกันและกันได้สม่ำเสมอ..ทีมจะไม่เสียความสมดุลในการเล่นไป ความเสียเปรียบที่จะส่งผลไปสู่ความพ่ายแพ้จะลดน้องลง...