วันศุกร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2562



การเบียดชนอย่างไรให้ได้เปรียบ..

ภาพจาก www.holidaypalace0048.com

                                      ในเกมการเล่นฟุตบอลการชิงจังหวะการแย่งบอลจะเกิดขึ้นได้บ่อยๆ และต้องทำให้ถูกกติกา ดังนั้นนักฟุตบอลที่ดีจึงต้องมีทักษะและเทคนิคที่เหมาะสมไปใช้เพื่อช่วยให้การเข้าเบียดชนแย่งบอลให้ได้เปรียบ
                                      โดยปกติในเกมการเล่นถ้าผู้เล่นทั้ง 2 ฝ่ายที่มีรูปร่างใกล้เคียงกัน อาจจะใช้แค่ความแข็งแกร่งของร่างกาย ถ้าใครมีความแข็งแกร่งมากกว่าจะมีโอกาสได้เปรียบมากกว่าอยู่แล้ว..แต่ถ้าคนใดคนหนึ่งมีเทคนิคดีกว่าจะสร้างโอกาสให้ได้เปรียบมากกว่าได้เช่นกัน..
                                   ถ้าต้องเบียดชนแย่งบอลกับคู่ต่อสู้ที่มีรูปร่างใหญ่กว่า ปกติแล้วคนตัวเล็กจะเสียเปรียบอยู่แล้ว ดังนั้นจึงต้องมีเทคนิคที่ดีมาใช้เพื่อลดความเสียเปรียบลงไป 
                                   เทคนิคในการเบียดชน..ทำได้ดังนี้
                                   1. ใช้ส่วนหนาของร่างกายเบียดชน(ด้านข้างของลำตัวด้วยไหล่และสะโพก)
                                   2. ขณะเข้าเบียดชน ดูที่บอลและดูจังหวะการเคลื่อนที่วิ่งของคู่ต่อสู้
                                   3. ต้องไม่เบียดชนขณะที่เราเสียเปรียบ
                                   4. ต้องเบียดชนขณะที่เราได้เปรียบแล้วจึงรีบเข้าไปครอบครองบอลทันที
                            
ภาพจาก www.lapluangprangchannel.com

                            1.ใช้ส่วนหนาของร่างกายด้วยไหล่ ด้านข้างของลำตัวและสะโพกเบียดชน
การเบียดชนที่ถูกกติกา คือการเบียดชนด้วยด้านข้างของลำตัวแบบไหลต่อไหล จึงไม่ควรเบียดชนคู่ต่อสู้ทางด้านหน้าหรือด้านหลัง
                          2.ดูบอลและจังหวะการเคลื่อนที่วิ่งของคู่ต่อสู้ จะเป็นการดูเพื่อหาจังหวะและหลักการทรงตัวที่มั่นคง รวมถึงเหลี่ยมมุมเพื่อโอกาสในการเบียดชนให้ได้เปรียบมากที่สุด ดังนั้นเมื่อกะระยะที่จะเล่นบอลได้แล้ว ต้องชำเลื่องหางตา ดูการก้าวเท้าวิ่งของคู่ต่อสู้ไปด้วย..ให้สังเกตุว่าเมื่อใดที่คู่ต่อสู้ก้าวเท้าวิ่ง..จังหวะไหนจะที่เขาจะวางเท้าข้างที่อยู่ชิดกับตัวของเรา และเมื่อใดจะวางเท้าข้างที่อยู่ห่างจากตัวเรา ซึ่งจัหวะดังกล่าวนี้จะเป็นช่วงที่เราจะเลือกในการสร้างโอกาสเบียดชน

ภาพจาก www.teeneemuangnan.com

                           3.ต้องไม่เบียดชนขณะที่เราเสียเปรียบ เมื่อคู่ต่อสู้ออกแรงใช้ตัวเบียดชน ถ้าเห็นว่าเราจังหวะไม่ดีก็จงอย่าดันทุลังไปชนกับเขา ยิ่งถ้าเจอคู่ต่อสู้ที่ตัวใหญ่กว่าด้วยยิ่งไปกันใหญ่ จะเสียเปรียบเหมือนรถเก๋งเบียดกับรถสิบล้อคงกระเด็นแน่นอน ดังนั้นสิ่งที่ควรทำคือ เมื่อเขาโถมตัวเข้ามาเบียดให้ก้าวเท้าวิ่งออกจากแนวที่วิ่งอยู่เดิมเล็กน้อยพร้อมทั้งดึงตัวเอนออกไปทางตรงข้ามกับที่คู่ต่อสู้เบียดมา..เพราะเมื่อคู่ต่อสู้โถมทิ้งน้ำหนักตัวเข้ามาแล้วเบียดชนแต่ไม่โดนเป้าหมายอย่างเต็มที่เขาจะเสียการทรงตัว จังหหวะนี้ควรเร่งความเร็ววิ่งเข้าหาบอลทันที

ภาพจาก www.mainstand.co.th

                           4.ต้องเบียดชนขณะที่เราได้เปรียบ สืบเนื่องมาจากข้อที่ 2 เมื่อจับจังหวะการก้าวเท้าวิ่งของคู่ต่อได้แล้ว ให้หาโอกาสเบียดชน..ในขณะที่คู่ต่อสู้ก้าววางเท้าข้างที่อยู่ด้านนอกห่างจากตัวเราลงบนพื้น ให้โถมตัวเบียดชนทันที..เพราะน้ำหนักตัวจะอยู่บนเท้าหลักที่อยู่ด้านนอก ดังนั้นเมื่อถูกแรงเบียดกระแทกออกไปเขาจะเสียหลักเสียการทรงตัวทันที แม้ว่าคู่ต่อสู้ร่างใหญ่ก็จะเสียหลักได้เหมือนกัน แล้วรีบวิ่งพุ่งไปครอบครองบอลทันที

ภาพจาก www.noksanam.com

                             ทดลองฝึกซ้อมอย่าถูกวิธี  และฝึกซ้ำๆบ่อยๆ จะเกิดความชำนาญ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเบียดแย่งบอลให้ได้เปรียบต่อไป...

วันอังคารที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2562




การสลัดหนีตัวประกบ

                                      การเล่นเกมรุก ผู้เล่นของทีมที่เป็นฝ่ายรุกจะต้องพบกับสถานะการณ์ที่อึดอัด เพราะผู้เเล่นฝ่ายตรงข้ามต้องติดตามประกบตัวทำให้เล่นได้ยาก แล้วผู้เล่นฝ่ายรุกที่ถูกประกบตัวควรทำอย่างไร เพื่อหนีการประกบออกไปรับบอลให้ได้

 ภาพจาก www.footballhours.com

                                   โดยปกติแล้วผู้เล่นฝ่ายรับจะพยายามประกบตัวผู้เล่นฝ่ายรุก จึงทำให้การรับบอลมาเพื่อเล่นได้ลำบาก ดังนั้นผู้เล่นฝ่ายรุกควรมีเทคนิคและวิธีการเล่นที่เหมาะสมเพื่อให้เกิดความได้เปรียบ ซึ่งนักฟุตบอลสามารถฝึกให้เกิดความชำนาญได้
                                        เทคนิคพื้นฐานการหนีตัวประกบเพื่อออกไปรับบอล..มีดังนี้
                                     1. ตำแหน่งการยืนที่ได้เปรียบ
                                     2. การสลัดหนีตัวประกบไปรับบอล
                                     3. การโยกตัวหลอกแล้วหนีออกไปรับบอล
                                     4. การสร้างโอกาสให้ได้เปรียบในการเล่นหลังได้รับบอล
                                  
ภาพจาก www.fourfourtwo.com

                               1. ตำแหน่งการยืนต้องได้เปรียบ ผู้เล่นฝ่ายรุกจะต้องยืนอยู่ข้างหน้าของตัวประกบ สิ่งที่สำคัญต้องไม่ยืนให้คู่ต่อสู้ยืนอยู่ตรงด้านหลัง เพราะจะมองไม่เห็นการเคลื่อนไหวของคู่ต่อสู้เลย ดังนั้นควรยืนตะแคงเบี่ยงด้านข้างของลำตัวให้คู่ต่อสู้ ในแบบที่สามารถมองเห็นทั้งคู่ต่อสู้และเห็นเพื่อนร่วมทีมที่กำลังพาบอลมา
                               





                               2. การสลัดหนีตัวประกบไปรับบอล การหนีการประกบไปรับบอลจึงเป็นการใช้ไหวพริบชิงจังหวะออกตัวไปรับบอลให้ได้ก่อน ดังนั้นผู้เล่นฝ่ายรุกจึงต้องชิงเหลี่ยมจาการกยืนในตำแหน่งแบบข้อที่1 แล้วขยับตัวให้ห่างจากตัวประกบออกไป พร้อมกางแขนข้างที่อยู่ติดกับคู่ต่อสู้ไว้ในลักษณะของการ บาลานซ์ตัวเพื่อเคลื่อนตัววิ่งออกไป เพื่อกันคู่ต่อสู้ที่จะติดตามมาให้เสียจังหวะและเพิ่มระยะห่างในการวิ่งออกไปรับบอลให้มีมากขึ้น (ไม่ใช่ยกแขนขึ้นมาผลักคู่ต่อสู้)



ภาพจาก www.oknation.nationtv.tv

                               3. การโยกตัวหลอกแล้วหนีออกไปรับบอล ในกรณีที่พบคู่ต่อสู้ที่เก่ง ต้องมีเทคนิคซับซ้อนเพิ่มขึ้น   ต้องใช้การหลอกให้คู่ต่อสู้หลงเหลี่ยมก่อน  โดยวิธีการที่ผู้เล่นฝ่ายรุกขยับตัวโยกหลอกคู่ต่อสู้ไปทางด้านใดด้านหนึ่ง ถ้าเห็นว่าคู่ต่อสู้ตามมาไม่ทันให้เคลื่อนที่ต่อไปทางด้านนั้นแล้วเรียกขอรอรับบอล แต่ถ้าเห็นว่าคู่ต่อสู้พุ่งตัวติดตามมาให้โยกตัววิ่งย้อนกลับไปอีกด้านหนึ่งแล้วเรียกขอรอรับบอลทันที (ควรส่งสัญญาณให้เพื่อนที่ครองบอลอยู่ทราบว่าจะให้เขาส่งไปที่ไหน แล้วจึงโยกหลอกไปด้านตรงข้ามก่อนแล้วย้อนกลับมาที่จุดนับหมาย)




                              4. การสร้างโอกาสให้ได้เปรียบในการเล่นหลังจากได้รับบอล เมื่อได้รับบอลแล้วต้องพยายามพลิกตัวครองบอลโดยหันหน้าเข้าหาคู่ต่อสู้ เพราะจะได้เห็นสถานการณ์ในขณะนั้นว่าควรจะเล่นอย่างไรให้ได้เปรียบ เช่น ลากบอลเลี้ยงหลบผ่านไป ส่งบอลชิ่ง 1-2 ทะลุผ่าน ส่งทะลุผ่านตามช่องให้เพื่อนร่วมทีม หรือส่งบอลฝากผู้เล่นด้านข้างเป็นต้น แต่ถ้าสถานะการณ์ไม่เป็นใจโยกหลอกแล้วก็ตาม แต่คู่ต่อสู้วิ่งตามเข้าประชิดได้เร็ว แบบนี้ไม่ควรครองบอลให้ส่งบอลคืนเพื่อนที่อยู่ด้านหลัง แล้ววิ่งฉีกตัวไปด้านข้างเพื่อทำตัวเองให้ว่างสร้างโอกาสในการเล่นใหม่

ภาพจาก www.oknation.nationtv.tv


                          ผุ้เลนที่ดีควรมีทักษะและเทคนิคการหนีการประกบตัวจากผู้เล่นฝ่ายรับเพื่อสร้างโอกาสในการวิ่งไปรับบอลจากเพื่อนร่วมทีมได้ง่ายมากขึ้น ซึ่งจะทำให้ทีมสามารถครอบครองบอลไว้ให้ได้นานที่สุด เพื่อสร้างเกมรุกกดดันทีมคู่ต่อสู้ต่อไป....

วันจันทร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2562



การสกัดกั้นแแย่งบอล

ภาพจาก www.seeme.me

                                 ในเกมการเล่นบางครั้งต้องเป็นฝ่ายรับ ผู้เล่นที่ทำหน้าที่ป้องกันผู้เล่นฝ่ายรุกที่กำลังครอบครองบอลอยู่..ควรทำอย่างไรจึงจะเสียเปรียบน้อยที่สุด..หรือสามารถแย่งบอลกลับมาครอบครองแล้วพลิกสถานการณ์กลับมาเป็นฝ่ายรุกได้
                                 เทคนิคพื้นฐานที่นักฟุตบอลควรปฏิบัติ..มีดังต่อไปนี้
                                      1. ทำให้คู่ต่อสู้เล่นช้าลง (Delay)
                                    2. ประกบตัวให้ชิด แล้วชิงจังหวะตัดบอลก่อน
                                    3. ถ้าจังหวะ 50-50 เข้าถึงบอลพร้อมๆกันต้องเข้าแย่งทันที
                                    4. ถ้าเข้าประกบไม่ทัน คู่ต่อสู้ครอลบอลได้ก่อน ควรทำตามข้อ 1
                                    5. อย่าเข้าพรวดพราด ควรหลอกล่อ ดูเมื่อที่คู่ต่อสู้เสียจังหวะแล้วจึงเข้าแย่งบอลทันที
                               1.ทำให้คู่ต่อสู้เคลื่อนที่ไปข้างหน้าช้าลง (Delay) พยายามเคลื่อนที่ไปดักด้านหน้า บีบปิดทางให้คู่ต่อสู้เล่นทางเดียว (Close Line)

ภาพจาก www.mgronline.com



                                    1.1. บังคับให้เล่นในพื้นที่แคบ ให้ออกไปด้านข้างสนาม
                                    1.2. ให้คู่ต่อสู้เล่นในด้านเท้าข้างที่ไม่ถนัด หรือไล่บีบให้ไปเล่นในพื้นที่ที่มีเพื่อนร่วมทีมของเราดักรออยู่

                             2. ประกบตัวให้ชิด อ่านเกมใช้ตัวเบียดชิงเหลี่ยมออกตัวก่อน แย่งตัดบอล

ภาพจาก BGPU website



                             3. จังหวะ 50-50 เข้าถึงบอลพร้อมกันต้องล็อคข้อเท้าล็อคเข่าใช้ข้างเท้าด้านใน เข้าประทะแย่งบอลทันที

ภาพจาก www.champagne copinet.com



                            4. เมื่อคู่ต่อสู้ครองบอลได้ก่อน ควรทำแบบข้อที่ 1 เพื่อสร้างความสมดุลไว้
                            5. อย่าใจร้อนเข้าแย่งพรวดพราดทันที เพราะคู่ต่อสู้จะหลุดทะลุผ่านไปได้ เกมรับจะขาดความสมดุลทำให้มีความกดดันเพิ่มขึ้น ควรกดดันหลอกล่อทำให้คู่ต่อสู้เสียจังหวะการครองบอลแล้วจึงแย่งตัดบอลทันที
                                     เทคนิคพื้นฐานการแย่งบอลนี้ ถ้าเด็กได้ฝึกซ้อมให้ถูกต้องเกิดความชำนาญ แล้วจะสร้างความมั่นใจ ไม่ตกใจเมื่อตกเป็นฝ่ายรับและสามารถกดดันเข้าแย่งบอลจากคู่ต่อสู้แบบถูกต้องตามกติกาได้ไม่ยาก.....

                             

วันอังคารที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2562



ทำไม"เจ-ชนาธิป"เล่นฟุตบอลได้ดีกว่า..คนอื่น

ภาพจาก www.youtube.com

                              โดยปกติมนุษย์ที่เกิดมาธรรมชาติจะให้หนึ่งสมอง สองมือสองเท้า และหนึ่งใจมาเหมือนๆกัน แต่อาจจะมีความแตกต่างกันไปบ้างตามพันธุกรรมของเชื้อชาติ นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าคนบางคนอาจจะเสียเปรียบคนอื่นตลอดไป เพียงแต่คนผู้นั้นจะมีวิธีการอย่างไรที่จะช่วยให้ตนเองเท่าเทียมหรือดีกว่าคนอื่นๆได้
                              "เจ-ชนาธิป สรงกระสินธ์" เป็นนักฟุตบอลอาชีพคนหนึ่งที่กำลังรุ่งโรจน์ในขณะนี้ ได้ไปค้าแข่งที่ประเทศญี่ปุ่น ทั้งๆที่เขามีขนาดร่างกายที่เสียเปรียบนักฟุตบอลทุกคน แต่เขาสามารถก้าวผ่านขีดจำกัดที่มีอยู่ของตัวเองไปได้อย่างไร.....

 ภาพจาก www.sanook.com

                             สิ่งที่ทำให้ "เจ-ชนาธิป"ก้าวเดินบนเส้นทางนักฟุตบอลอาชีพได้อย่างภาคภูมิสมศักดิ์ศรีนั้น เกิดมาจาก 3 อย่างนี้คือ
                              1. ศักยภาพทางสมอง
                              2. ศักยภาพทางร่างกาย
                              3. ศักยภาพทางจิตใจ
                          1. ด้านศักยภาพทางสมอง.. คือการคิดวิเคราะห์อย่างชาญฉลาด
                              1.1. อย่าคิดว่าเป็นไปไม่ได้ สิ่งนั้นมันยาก เหนื่อย หรือท้อ เพราะจะทำให้ความคิดนั้นไปกดความสามารถที่มีอยู่ในกายไม่ให้แสดงศักยภาพออกมาได้เต็มที่


ภาพจาก www.komchadluek.net

                              1.2. คิดบวก..ให้มองว่าทุกสิ่งที่เข้ามาเป็นสิ่งที่ท้าทาย ไม่คิดว่าการมีร่างกายที่เสียเปรียบจะเป็นปัญหา แต่คิดว่าจะใช้ร่างกายของตนเล่นอย่างไรให้ได้เปรียบในการเล่นฟุตบอล
                              1.3. ตั้งเป้าหมายในชีวิต..ต้องก้าวไปเป็นนักฟุตบอลทีมชาติและเป็นนักฟุตบอลอาชีพ
                              1.4. คิดวิธีการที่จะก้าวไปสู่เป้าหมาย..กำหนดแนวทางอย่างเป็นระบบตามขั้นเพื่อส่งเสริมให้เกิดความสำเร็จ เช่นต้องมีทักษะ เทคนิค ความเข้าใจเกมการเล่นที่ดีและถูกต้องตามศาสตร์ของฟุตบอล
                              1.5. วิเคราะห์จุดแข็งจุดอ่อนของตน..พิจารณาว่าจุดใดบ้างที่ต้องปรับปรุงแก้ไข และจุดใดบ้างที่จะเสริมให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น เพื่อนำไปสร้างความโดดเด่นใช้ในการเล่นฟุตบอล เช่นนำความว่องไวและความเร็วต้นของคนร่างเล็กมาใช้ในการเล่น
                              1.6. เลือกทักษะ เทคนิควิธีการเล่นมาใช้ให้เหมาะสมไม่เสียเปรียบ

 ภาพจาก www.mainstand.co.th
                              
                          2. ด้านศักยภาพทางร่างกาย..คือการพัฒนาสมรรถนะร่างกายและเทคนิคการเล่นฟุตบอล

 ภาพจาก www.foxsport.co.th

                              2.1. สร้างเสริมสมรถภาพร่างกาย..พัฒนาสมรรถนะร่างกายทุกด้าน และเน้นเพิ่มด้านความเร็ว ความว่องไว ความเร็วและอดทน ปฏิกิริยาตอบสนอง ความสัมพันธ์ของระบบประสาทกับกับกล้ามเนื้อและการเคลื่อนไหวที่ถูกต้อง เป็นต้น
                             2.2. พัฒนาทักษะ เทคนิค แทคติก เกมการเล่นต่างๆ รวมถึงเสริมประสบการณ์เพื่อเล่นได้อย่างถูกต้อง จนให้เกิดความชำนาญและเล่นร่วมกันคนอื่นๆได้ดีในทุกสถานะการณ์
                             2.3. นำทักษะ เทคนิคและแทคติกที่เหมาะสมมาใช้ เพื่อให้เกิดความได้เปรียบในการเล่นเสมอๆ
                         3. ด้านศักยภาพทางจิตใจ.. คือมีจิตใจที่ แข็งแกร่ง
                             3.1. ต้องพัฒนาจิตใจ..ให้มีความเข้มแข็ง ต่อสู้กับอุปสรรคปัญหาความยากลำบากที่จะต้องพบ
                             3.2. ต้องอดทนต่องานหนัก..ทนต่อการฝึกซ้อมและเกมการแข่งขันที่เข้มข้นและหนักมากขึ้นไป ตามระดับมาตรฐานของเกมการแข่งขัน

 ภาพจาก www.thailandsuperstar.com

                             3.3. ต้องมุ่งมั่นเพื่อความสำเร็จ..ต้องมีความมุมานะทุ่มเททุกอย่างเพื่อสร้างผลงานให้เกิดขึ้นตามเป้าหมายที่กำหนด ตามลำดับด้วยความอดทน ไม่ท้อแท้หรือใจร้อนเกินไป...
                                      ต้องขอบคุณ คุณพ่อของ"เจ-ชนาธิป"ที่ได้ว่างแผนอนาคตและปูพื้นด้านทักษะพื้นฐานการเล่นฟุตบอลไว้ให้อย่างดี จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมาถึงทุวันนี้..น้องๆลองนำแนวทางแบบพื้นฐานของ "พี่เจ-ชนาธิป"ไปใช้เพื่อการพัฒนาตัวเองให้ก้าวไปสู่ฝันของตนได้ในอนาคต.....

วันอาทิตย์ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2562



เตรียมความพร้อมอย่างไร..ทำให้เป็นนักกีฬาเด่นเล่นได้ดี.


ภาพจาก www.brellabee.com
                             นักฟุตบอลแต่ละคนต้องเตรียมตนเองในพร้อมสมบูรณ์แบบมากที่สุด เพื่อจะได้แสดงความสามารถในการเล่นให้โดดเด่น ความพร้อมด้านต่างๆที่ต้องเตรียมมีดังนี้              
                              1.ด้านจิตใจและจินตนากการ
                              2.ด้านสมรรถภาพร่างกาย
                              3.ด้านทักษะและเทคนิคการเล่น
                              4.ด้านความเข้าใจเกมและการเล่นตามแผนการเล่น
                              5.ด้านความสัมพันธ์ในการเล่นกับเพื่อนร่วมทีม
                              6.ด้านการคาดการณ์ อ่านเกมและปรับแทคติกให้เหมาะสมกับสถานะการณ์เกม
                              7.ด้านสปิริต
                              8.ด้านจรรยาบรรณในอาชีพ
                                   1. ด้านจิตใจและจินตนาการ..นักกีฬาที่ดีต้องมีจิตใจที่แข็งแกร่ง มีความมุ่งมั่น อดทนและพยายามมากกว่าคนปกติ ต้องตั้งเป้าหมายสูงสุดเอาไว้แล้วต้องก้าวตามฝันของตนเอง แต่ต้องวางแผนการเดินตามฝันอย่างมั่นคงทีละระดับและพร้อมที่จะพัฒนาตนเองไปสู่ระดับที่สูงขึ้นจนถึงเป็าหมายที่หวังไว้ให้จงได้
                                   2. ด้านสมรรถภาพร่างกาย..โดยปกติสภาพร่างกายต้องมีความสมบูรณ์ก่อนดังนั้นด้านโภชนาการและการพักผ่อนอย่างเพียงพอจึงเป็นปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็น จากนั้นจึงดำเนินการสร้างเสริมสมรรถภาพทางกายด้านต่างๆ เช่นด้านความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่จำเป็นใช้ ในการเล่นฟุตบอล ความเร็ว ความคล่องแคล่วว่องไว ความอดทน ความเร็วและอดทน ปฏิกริยาตอบสนองและความสัมพันธ์ของระบบประสาทและการเคลื่อนไหวเป็นต้น เมื่อสมรรถภาพร่างกายดีจะสามารถฝึกเพื่อพัฒนาทักษะ เทคนิคและแทคติกต่างๆได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งความแข็งแกร่งของร่างกายจะช่วยสร้างความได้เปรียบในเกมการเล่นได้มากขึ้นด้วย

ภาพจาก www.springne.co.th

                                   3. ด้านทักษะและเทคนิคการเล่น..พื้นฐานของนักฟุตบอลที่ดีต้องมีทักษะการครอบครองบอล รับ-ส่ง โหม่ง เลี้ยง และยิงประตูดีมาก ดังนั้นไม่ควรมองข้ามจึงต้องสร้างทักษะพื้นฐานดังกล่าวอย่างถูกต้องและต้องฝึกซ้อมอย่างสม่ำเสมอให้เกิดความชำนาญ และต้องเรียนรู้เทคนิควิธีการเล่นทุกแบบในสถานการณ์ต่างๆเพื่อสร้างความเข้าใจจะได้นำไปใช้ในเกมการเล่นจริงได้อย่างเหมาะสม
                                   4. ด้านความเข้าใจเกมการเล่นตามแผนการเล่น..นักฟุตบอลที่ดีจะมีความเข้าใจแทคติกในการเล่นแบบต่างๆ เช่นเกมรุก เกมรับ การรุกจากด้านข้าง การรุกแนวกลาง การโต้รุกเร็ว การเช็กล้ำหน้า การแก้กับดักล้ำหน้าเป็นต้น    และสามารถเล่นด้วยความได้เปรียบในแต่ละสถานการณ์ รวมถึงการเล่นได้ตามแผนที่โค้ชกำหนด
                                   5. ด้านความสัมพันธ์ในการเล่นกับเพื่อนร่วมทีม..ต้องเข้าใจว่าฟุตบอลเล่นเป็นทีม นักฟุตบอลจะเล่นด้วยตนเองคนเดียวแบบโชว์เดี่ยวจึงเป็นไปได้ยาก ดังนั้นจึงต้องฝึกซ้อมเพื่อการเรียนรู้แทคติกและแผนการเล่นให้สัมพันธ์กับเพื่อนร่วมทีม  ซึ่งจะทำให้เกมการเล่นของทีมลื่นไหลเป็นระบบและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
                                   6. ด้านการคาดการณ์ อ่านเกมและปรับแทคติกการเล่นให้เหมาะสมกับสถานการณ์เกม..นักฟุตบอลทีดีจะมีเซ็นท์ในการคาดการณ์ว่าน่าจะเกิดอะไรขึ้นในเกมการเล่น และสามารถปรับแทคติกการเล่นเพื่อให้เสียเปรียบน้อยลง หรือได้เปรียบในเกมการเล่นและเล่นได้อย่างเหมาะสมในแต่ละสถานการณ์ได้อย่างสม่ำเสมอ
                                   7. ด้านสปิริต..นักกีฬาที่ดีต้องเป็นผู้ที่มีน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะและให้อภัย ดังนั้นต้องเล่นตามกฏกติกา ควบคุมอารมณ์ตนเองได้อย่างดี ไม่เกเรเล่นนอกเกม เพราะจะทำให้เสียสมาธิไปจากเกมการเล่น และจะเกิดการทะเลาะวิวาท แต่ควรจะมุงมั่นทุ่มเทในเกมการเล่นเพื่อผลการเล่นที่ดีที่สุด
 
 ภาพจาก www.shotongoal.com

                                   8. ด้านจรรยาบรรณในอาชีพ..ทุกอาชีพจะมีบทบาทหน้าที่เฉพาะอาชีพจึงจำเป็นต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุดและต้องรักษาเกียรติและศักดิ์ศรีในวิชาชีพของตน ดังนั้นต้องเล่นด้วยความซื่อสัตย์ และต้องระลึกว่าผู้ชมที่มาดูมาเชียร์  เขาต้องการเห็นศักยภาพ  ลีลาการเล่นของแต่ละบุคคล รวมถึงเกมส์การแข่งขันทีสนุกสนานตื่นเต้นเร้าใจ นักกีฬาจึงต้องทุมเทในการเล่นจนกว่าจะหมดเวลาการแข่งขันในแต่ละเกม และไม่เล่นเพื่อไล่โค้ชหรือล้มบอลเป็นต้น...
                                  นักฟุตบอลที่ดีต้องเตรียมความพร้อม โดยพัฒนาศักยภาพด้านต่างๆให้เกิดขึ้นในตัวให้ได้มากที่สุด เพื่อก้าวขึ้นไปเป็นนักฟุตบอลเด่นและเล่นดีได้ต่อไป.....
                             

วันอังคารที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2562



ทำไมผลการแข่งขันของฟุตบอลทีมชาติไทย..จึงไม่ถูกใจคนไทย.


ภาพจาก www.thairath.co.th

                                  ผลงานการแข่งขันฟุตบอลทีมชาติไทยไม่ดีอย่างที่ชาวไทยตั้งเป้าหมายไว้ ชุดใหญ่ก็ยังไม่โดดเด่นในระดับเอเซีย ส่วนชุดเล็กไม่ว่าจะเป็นชุด U-23 และ U-19 ยังเอาตัวไม่รอดในระดับอาเซี่ยนอีกด้วย โดยแพ้ทีมเวียดนามบ่อยครั้งมากขึ้นทั้งๆที่เขาเคยต่ำชั้นกว่าทีมไทย แต่ปัจจุบันรูปแบบและแทคติกการเล่นพัฒนาขึ้นเห็นได้ชัดเจน..ผู้รู้และผู้ที่สนใจฟุตบอลไทยได้แสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้กันอย่างกว้างขวาง
                                 ผู้เขียนจะไม่วิจารณ์แต่จะขอแสดงความคิดเห็น ซึ่งอาจจะเป็นการมองต่างมุมจากข้อคิดเห็นต่างๆที่ผู้เกี่ยวข้องทั้งผู้บริหารสมาคมฟุตบอลฯ ฝ่ายเทคนิค โค้ชและนักกีฬา มองข้ามไป ถ้าวิเคราะห์ศักยภาพของทีมไทยจะเห็นหลายอย่างที่ต้องปรับแก้ไขโดยเร็ว..มิฉะนั้นการพัฒนาฟุตบอลของบ้านเราจะตามหลังทีมที่อยู่ในระดับอาเซี่ยนเลยทีเดียว..สิ่งที่สำคัญที่น่าจะต้องปรับปรุงมีดังนี้..
                                     1.ด้านทัศนคติ
                                     2.ด้านความรู้และเข้าใจแบบการเล่นสากล
                                     3.ด้านความสัมพันธ์การเล่นเป็นทีม
                                     4.ด้านสมรรถภาพทางกายที่ใช้เล่นฟุตบอล
                                     5.ด้านความมุ่งมั่นและการควบคุมอารมณ์
                                1.ด้านทัศนคติ ทั้งผู้บริหารสมาคม โค้ชและนักฟุตบอล ควรปรับความเชื่อด้านศักยภาพและขีดความสามารถด้านฟุตบอล รวมถึงลีกอาชีพของไทยว่า    เหนือชั้นกว่าชาติอื่นๆในอาเซื่ยน จึงทำให้ประมาทมองข้ามไม่สนใจการพัฒนาการของทีมอื่นๆ ว่าเขาพัฒนาก้าวหน้าไปถึงไหน ทำให้เตรียมความพร้อมได้ไม่สมบูรณ์แบบ เมื่อเจอกับสถานการณ์ที่ไม่ได้คาดคิดมาก่อนจึงปรับสภาพไม่ทัน
                               2.ด้านความรู้และเข้าใจแบบการเล่นสากล ฝ่ายเทคนิคและโค้ชต้องสร้างให้นักฟุตบอลทุกคนให้รู้และเข้าใจรูปแบบ วิธีการเล่นพื้นฐานสากลในทุกๆแบบและสามารถทำได้สัมพันธ์กันอย่างดี เพราะนักฟุตบอลจะได้รู้ว่าในแต่ละสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ต้องเล่นอย่างไร เล่นกับใครที่ไหนเพื่อให้การเล่นมีความได้เปรียบมากที่สุด และสามารถเล่นได้เหมาะสมกับแทคติกหรือแผนที่โค้ชได้กำหนดไว้
                                3.ด้านความสัมพันธ์การเล่นของทีม โค้ชต้องสร้างแบบการเล่นเฉพาะให้เหมาะสมกับทีมและบุคคลโดยมีฐานการเล่นจากแบบการเล่นสากล แล้วดำเนินการฝึกซ้อมบ่อยๆจนนักฟุตบอลเข้าใจและสามารถเล่นด้วยความสัมพันธ์กันอย่างดีในทุกสถานการณ์ทั้งเกมรุกแและเกมรับ ทีมจึงเล่นกันได้อย่างเป็นระบบและชัดเจน
                              4.ด้านสมรรถภาพทางกายที่ใช้เล่นฟุตบอล จะพบว่าได้ใช้วิทยาศาสตร์มาพัฒนานักกีฬาโดยเน้น Weight Training ซึ่งเห็นการเปลี่ยนแปลง นักฟุตบอลมีความแข็งแรงและมีกล้ามเนื้อเพิ่มขนาดที่เห็นได้ชัดเจน แต่ศักยภาพของนักฟุตบอลในบางด้านเช่นความเร็วและความคล่องแคล่วว่องไวสู้ทีมอื่นไม่ได้ ซึ่งการฝึกสมรรถภาพไม่ควรเน้นที่ความแข็งแรงเท่านั้น ต้องเสริมในจุดอื่นๆที่จำเป็นมากขึ้น เพื่อความเหมาะสมกับสภาพของคนไทยหรือเฉพาะของแต่ละบุคคล รวมทั้งการเสริมด้านโภชนาการและเครื่องดื่มให้เหมาะสำหรับแต่ละคนด้วย
                             5.ด้านความมุ่งมั่นและการควบคุมอารมณ์ นักฟุตบอลควรมีความฝันหรือเป้าหมายอนาคตของตนเองไว้ให้สูงขึ้นเป็นลำดับ แล้วต้องมุ่งมั่นตั้งใจพัฒนาตนเองให้ก้าวสู่ความสำเร็จให้ได้ในแต่ละขั้น และต้องกล้าแกร่ง กระหายชัยชนะตลอดเวลา ส่วนด้านอารมณ์ก็จำเป็นต้องควบคุมให้ได้เพราะยิ่งเล่นในระดับที่สูงขึ้น คู่ต่อสู้จะมีความสามารถใกล้เคียงกันหรือดีกว่า การเล่นจึงยากมากขึ้น การกระทบกกระทั่งย่อมเกิดมากขึ้น ถ้าคุมตัวเองไม่ได้จะทำให้ไม่มีสมาธิในการเล่น เกมการเล่นกับเพื่อนร่วมทีมก็ไม่เป็นไปตามแผน อาจทำให้โอกาสจะได้ชัยชนะของทีมสูญเสียไปด้วย...
                                  มุมที่มองต่างอาจจะเป็นจุดเล็กๆ แต่ถ้าลองเหลียวมองดูแล้วนำไปพิจารณาทบทวนดู อาจจะทำให้มีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีก็เป็นได้...          

วันพฤหัสบดีที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2562



โค้ชเตรียมการเพื่อการแข่งขัน..อย่างไร

ภาพจาก www.ahead.aasia

                                        โค้ชอาชีพที่ผ่าน Licence ระดับต่างๆเขาจะมีกระบวนการในการเตรียมความพร้อมทีมเพื่อการแข่งขันอยู่แล้ว ยิ่งได้ทำงานในระดับสโมสรด้วยแล้วจะมีทั้งเครื่องมือ โปรแกรมและทีมงานในการสอดแนมสังเกตุการณ์ (Observe) วิเคราะห์เกมส์ (Analysis) การฝึกซ้อม (Training) เป็นต้น ซึ่งโค้ชแต่ละคนจะมีเทคนิคในการดำเนินการเพื่อความสำเร็จที่แตกต่างกันไป
                                      แต่่่่โค้ชสมัครเล่นหรือโค้ชมือใหม่ที่ต้องทำงานและทำภายใต้ขีดจำกัดหรือทำในภาวะขาดแคลน พูดง่ายๆคือทำงานเพียงคนเดียวหรืออาจจะมีทีมงานช่วย 2-3 คนเท่านั้น แต่ด้วยความรับผิดชอบต่อหน้าที่ก็ต้องทำงานให้สำเร็จ....แล้วควรจะทำอย่าง..??
                   แนวคิดในการเตรียมการของโค้ช...สามารถดำเนินการภายใต้ขีดจำกัดได้ดังนี้
                                   1. คาดการณ์
                                   2. อ่านเกมส์
                                   3. วางแผนการเล่น
                                   4. ฝึกซ้อม
                                   5. ปรับแก้เกมส์
 

 ภาพจาก www.cheerball.com

                              1. การคาดการณ์..โค้ชต้องหาข้อมูลรูปแบบการเล่น ศักยภาพของผู้เล่น จุดแข็งจุดอ่อนของทีมคู่แข่ง ด้วยตัวเองหรือให้ทีมงานช่วยหาข้อมูล (ไม่มีโปรแกรมการวิเคราะห์เกมส์) แล้วอาจจะต้องใช้เซ็นท์หรือจินตนาการในการคาดการณ์ว่า..โค้ชทีมคู่แข่งขันมีความคิดเห็นกับของเราอย่างไร.เช่นมีจุดแข็งอย่างไร มีจุดอ่อนที่ตรงไหน แล้วจะเล่นงานทีมเราอย่างไร..เป็นต้น
                             2. การอ่านเกมส์..โค้ชต้องนำข้อมูลมาพิจารณา แล้วมองว่าโค้ชทีมคู่แข่งขันประเมินศํกยภาพการเล่นของทีมเราอย่างไร แล้วจึงจะใช้เทคนิคและแทคติกอย่างไรมาใช้กับทีมของเรา..เช่นจะป้องกันแบบไหน และจะนำวิธีไหนมาใช้โจมตีรวมทั้งผู้เล่นคนไหนจะเป็นตัวหลักในการสร้างสรรค์เกมในแต่ละแทคติก..เป็นต้น
                              3. การวางแผนการเล่น..สืบเนื่องจากข้อ 1และ 2 แล้วโค้ชต้องคิดวางแผนว่าจะมีแนวทางในการรับมือหรือเล่นกับทีมคู่ต่อสู้อย่างไรในสถานะการณ์ต่างๆที่คาดว่าจะเกิดขึ้น เพื่อให้เกิดความได้เปรียบในการเล่นให้มากที่สุด
                             4. การฝึกซ้อม..โค้ชต้องกำหนดรูปแบบการฝึกซ้อม ให้สนับสนุนแผนการเล่นที่ได้วางไว้ เพื่อสร้างความเข้าใจ  และเล่นกันได้อย่างมีความสัมพันธ์ในแต่ละสถานะการณ์นั้น เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการเล่นของทีม
                             5. การปรับแก้เกมส์..โค้ชจำเป็นต้องเตรียมแผนการเล่นสำรองไว้ด้วย เพราะเกมการเล่นของทีมคู่ต่อสู้อาจจะไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิดไว้ทุกอย่าง จึงต้องมีการปรับแทคติกการเล่นให้เหมาะสม หรือพิจารณาสถานะการณ์เกมในขณะแข่งขัน แล้วเห็นช่องทางในการเล่นที่ดีกว่าจึงปรับแก้เกมส์ในขณะแข่งขันหรือในช่วงเวลาพักครึ่งของการข่งขัน..เป็นต้น
                               แนวทางดังกล่าวสามารถช่วยโค้ชที่ต้องทำงานภายใต้ขีดจำกัด ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาต่างๆเพื่อให้สามารถทำภารกิจให้สำเร็จลุล่วงไปได้