วันอังคารที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2560



ฝึกทักษะการเล่นเกมรับให้มีประสิทธิภาพ (ตอนที่ 5)

ภาพจาก บอลโลก 2014 
 
                               การควบคุมสถานะการณ์ไม่ให้มีโอกาสยิงประตู Control สิ่งที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ การป้องกันการยิงประตูแล้วยังไม่เสียประตู ถือว่าเกมรับยังไม่เสียหาย แต่ถ้าสมารถทำให้ฝ่ายรุกไม่มีโอกาสยิงประตูเลยจะดีกว่า เพราะถ้าฝ่ายรุกยิงประตูแล้วไม่สามารถป้องกันได้จะเสียประตูทันที โอกาสแพ้ในเกมการแข่งขึ้นสูงมาก

ภาพที่ 1
                               
                             การฝึกด้วยเกมลิงชิงบอล แบบแต่ละฝ่ายมีจำนวนเท่ากัน     เช่น....3:3, 4:4, 5:5, 6:6, 7:7 เป็นต้น จากภาพที่ 1 เป็นการฝึกเกมรับแบบ Man to Man ฝ่ายรับแต่ละคนต้องรับผิดชอบประกบคู่ต่อสู้แบบตัวต่อตัว โดยต้องเคลื่อนที่ติดตามผู้เล่นฝ่ายรุกที่เราตามประกบตัวอยู่นั้น เพื่อให้ฝ่ายรุกส่งบอลต่อกันได้ยาก เสมือนเป็นเงาติดตามตลอดเกมการเล่น
                       เมื่อเป็นฝ่ายรับ ผู้เล่นแต่ละคนต้องคำนึงถึงหลักการและเทคนิคการป้องกัน..อยู่ใกล้ บอลให้เข้าประชิดปิดมุมให้เล่นทางเดียว ถ้าอยู่ห่างนิดต้องตามประกบติด ถ้าอยู่ห่างออกไปอีกให้ประกบห่างหน่อยแล้วคิดชิงตัดบอลที่ส่งผ่านมา เมื่อตัดบอลได้แล้วให้เปลี่ยนเป็นเกมรุกทันที..

ภาพที่ 2

                             ในเกมการแข่งขัน การป้องกันให้นำแนวคิดและหลักการดังกล่าวมาใช้ ดังภาพที่ 2 ผู้เล่นฝ่ายรุกบุกกดดันเข้าโจมตีบริเวณด้านหน้าประตูและในเขตโทษของฝ่ายรับ ดังนั้นผู้เล่นฝ่ายรับทุกคนจะต้องเข้าประกบแบบตัวต่อตัว เคลื่อนที่ติดตามคู่ต่อสู้อย่างใกล้ชิดตลอดเวลา และต้องบีบกดดันให้คู่ต่อสู้ไม่สามารถส่งผ่านบอลให้ผู้เล่นฝ่ายรุกคนอื่นๆได้ง่าย และไม่ให้ผู้เล่นฝ่ายรุกหมายเลข 1 สามารถพลิกหลบเข้าหาประตูและมีโอกาสยิงบอลได้เลย จะถือได้ว่าเป็นการป้องกันที่มีคุณภาพ สามารถควบคุมผู้เล่นฝ่ายรุกให้เล่นตามเกมที่เรากำหนดไว้...
                             สรุปหลักการและเทคนิคการป้องกันที่มีประสิทธิภาพ...
                      1. Delay,  Balance,  Concentration,  Control...(หรือ)
                      2. หน้าขวางปิดทางการเล่น/ เน้นความสมดุลย์/ สมาธิดีควบคุมการเคลื่อนที่/ ไม่ให้มีโอกาสยิงประตู...(หรือ)
                    3. หน้าเข้าขวาง / กลาง-หลัง Mark/ Mark ได้ไล่แย่ง/ เปลี่ยนแปลงเป็นเกมรุก 
                             หลักการดังกล่าวเป็นหลักการสากล เพียงแต่ผู้เล่นแต่ละคนจะต้องจดจำแล้วนำไปใช้ให้ได้จริง ให้ได้มากที่สุดในแต่ละสถานะการณ์ ถ้าทำได้เกมรับหรือการป้องกันของทีมก็จะมีประสิทธิภาพทันที........
                           



                               
                                  

วันพุธที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2560



ฝึกทักษะการเล่นเกมรับให้มีประสิทธิภาพ (ตอนที่ 4)

ภาพจาก www.Balltrue.com
                    สมาธิดีควบคุมการเคลื่่อนที่ ( Concentration ) เป็นเทคนิคการป้องกันที่ต้องมีต่อจากการ ที่ฝ่ายรับได้ดำเนินการ Delay และ Balance ไปแล้ว เพราะฝ่ายรุกก็ต้องพยายามปรับกลยุทธ์เพื่อข้าโจมตีด้วยวิธีต่างๆเช่นกัน ดังนั้ันฝ่ายรับก็ต้องมีการติดตามการเคลื่อนที่ของฝ่ายรุกให้ทันตลอดเวลา เพื่อไม่ให้คู่ต่อสู้มีโอกาสบุกโจมตีได้อย่างที่เขาต้องการ

  ภาพที่ 1

                            การฝึกด้วยเกมลิงชิงบอล 3:5 จากภาพที่ 1 ฝ่ายรับ 3 คนต้องพยายามป้องกันไม่ให้ฝ่ายรุกที่มีผู้เล่น 5 คนส่งบอลกันได้ต่อเนื่อง..โดย ผู้เล่นฝ่ายรับหมายเลข 3 จะอ่านเกมแล้วสื่อสารให้ฝ่ายรับหมายเลข 1 และ 2 เข้าประกบตัว โดยเน้นให้หมายเลข 1 เข้าไปบีบบังคับให้ฝ่ายรุกที่ครองบอลเล่นได้ทางเดียว ให้ไปทางฝ่ายรุกหมายเลข 2 เท่านั้น ที่มีฝ่ายรับหมายเลข 2 ประกบและเตรียมชิงแย่งตัดบอลอยู่แล้ว ส่วนฝ่ายรับหมายเลข 3 ที่อยู่ทางด้านหลังต้องคอยติดตามการเคลื่อนที่เพื่อรับบอลของฝ่ายรุกหมายเลข 4 และ 5 พร้อมกับอ่านเกมว่า ฝ่ายรุกหมายเลข 1 จะส่งบอลมาให้คนไหนในช่วงเวลาใด แล้วหาจังหวะแย่งชิงตัดบอลให้ได้ก่อนเสมอ ซึ่งจะทำให้ฝ่ายรุกที่มีผู้เล่นมากกว่าไม่ได้เปรียบในเกมการเล่นนี้เลย..แต่ถ้ายังไม่สามารถตัดแย่งบอลมาได้ ก็จะหมุนเวียนการเข้าประกบตัวและสลับปรับเปลี่ยนตำแหน่งหน้าที่กัน ใครที่อยู่ห่างทางด้านหลังก็จะต้องอ่านเกม แล้วสื่อสารสั่งการให้เพื่อนที่อยู่ด้านหน้าใกล้บอล เข้าประกบตัวบีบบังคับปิดทางด้านไหน และจะเข่้าแย่งช่วงไหน แล้วต้องเตรียมตัดบอลที่จะถูกส่งผ่านมาให้ได้เช่นกัน.. 


ภาพที่ 2
                
                      ในเกมการแข่งขัน ดูในพื้นที่สีเขียว ฝ่ายรับหมายเลข 4 จะต้องสื่อสารกับเพื่อนหมายเลข 2 และ 3 ว่าจะให้เล่นอย่างไรและคอยแย่งตัดบอลถ้า ฝ่ายรุกหมายเลข 1 สามารถส่งบอลมาในพื้นที่ที่ตนเองรับผิดชอบ..ส่วนในพื้นที่สีเหลือง ฝ่ายรับหมายเลข 5 ก็จะต้องสื่อสารกับเพื่อนหมายเลข 2 และ 3 แล้วเตรียมพร้อมแย่งตัดบอลถ้าบอลถูกส่งมาในพื้นที่ที่รับผิดชอบ..ส่วนในพื้นที่สีส้ม ฝ่ายรับหมายเลข 6 ก็ต้องทำเช่นเดียวกัน... ดังนั้นฝ่ายรับทุกคนต้องมี..สมาธิในการอ่านเกมและติดตามการเคลื่อนที่ของผู้เล่นฝ่ายรุกตลอดเวลา..เพื่อกดดันและลดความได้เปรียบในเกมการแข่งขันของฝ่ายรุกลงมา....

                           

วันอังคารที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2560



ฝึกทักษะการเล่นเกมรับให้มีประสิทธิภาพ (ตอนที่ 3)

ภาพที่ 1

                               การสร้างสมดุลย์ ( Balance ) เทคนิคการเล่นเกมรับต่อจากการที่ทำให้คู่ต่อสู้บุกโจมตีได้ช้าลงแล้ว ฝ่ายรับต้องรีบปรับกระบวนยุทธ์และกำลังพลของตนเองให้เกิดความสมดุลย์ โดยถอยลงมาตั้งรับ ปรับให้มีจำนวนผู้เล่นเท่ากันหรือมีมากกว่าฝ่ายรุก แล้วปรับการยืนควบคุมพื้นที่การเล่นให้มีความเสียเปรียบในเกมน้อยที่สุด
                               ข้อคิด... (จากภาพทึ่ 1)
                               1.อยู่ใกล้บอลให้ขวางปิดทางการเล่น
                               2.ห่างนิดประกบชิดติดตัว
                               3.ห่างมาอีกหน่อยประกบห่างนิดแล้วคอยปิดมุมการส่ง
                               4.อยู่ไกลหรืออยู่ด้านหลังให้สั่งการ และคุมให้ได้ทั้งคนและพื้นที่

ภาพที่ 2

                              การฝึกเกมรับ ลิงชิงบอลแบบ 2:4 จากภาพที่ 2 ฝ่ายรับ 2 คนต้องป้องกันฝ่ายรุก 4 คน การที่จะลดความเสียเปรียบลงได้นั้น หลักการป้องกันคือสร้างความสมดุลย์ในเกม โดยต้องไม่ให้ฝ่ายรุกส่งบอลทะลุผ่านช่องกลางระหว่างคนของฝ่ายรับไปได้และต้องเน้นให้ฝ่ายรุกส่งบอลกันต่อเนื่องได้น้อยครั้งที่สุด ดังนั้นผู้เล่นฝ่ายรับหมายเลข 1 ที่อยู่ใกล้คนมีบอลต้องเข้าไปขวางไว้ทำให้ฝ่ายรุกส่งบอลได้ช้าลงและปิดทางการเล่นให้ส่งบอลได้เพียงทางเดียว ให้ไปทางหมายเลข 2 เท่านั้น ส่วนฝ่ายรับคนที่ 2 เคลื่อนที่ให้สมดุลย์และสัมพันธ์กับผู้เล่นคนแรก โดยการขยับเข้าหาฝ่ายรุกหมายเลข 2 เพื่อเข้าแย่งหรือชิงตัดบอล แต่ต้องไม่ลืมว่าต้องอยู่ในระยะที่สามารถป้องกันการส่งทะลุผ่านช่องว่างระหว่างกลางให้ได้อีกด้วย ซึ่งทำให้ฝ่ายรับสามารถปรับความสมดุลย์ของเกมได้ โดยกดดันให้เล่นกันแบบ 2:2 เท่านั้น ทั้งๆที่ฝ่ายรุกมีผู้เล่นมากกว่าฝ่ายรับอีก 2 คนก็ตามแต่ไม่สามารถนำมาใช้ให้เกิดความได้เปรียบในเกมการเล่นได้..

ภาพที่ 3

                                 เกมการแข่งขัน เมื่อเสียการครอบครองบอลไปให้ผู้เล่นทุกคนรีบถอนตัว ถอยกลับลงมาตั้งรับ ซึ่งฝ่ายรับใช้หลักการปรับความสมดุลย์ของทีมให้ได้ ไม่ว่าบอลจะอยู่บริเวณใดของสนาม ผู้เล่นฝ่ายรับที่อยู่ใกล้คนที่มีบอลต้องเข้าไปขวางการเล่นไว้ก่อน แล้วบีบปิดทางเพื่อ ให้เล่นได้เพียงทางเดียว ส่วนฝ่ายรับคนอื่นๆต้องเข้าประกบตัว สร้างสมดุลย์ในเกมให้ได้แล้วจึงไล่แย่งบอลคืนมาทันที
                                     จากภาพที่ 3 ฝ่ายรับหมายเลข 1 เข้าขวางและบังคับให้ฝ่ายรุกส่งได้ที่หมายเลข 2 เท่านั้น ซึ่งก็มีฝ่ายรับหมายเลข 2 คอยประกบอยู่เช่นกัน ทำให้ฝ่ายรุกหมายเลข 3 และ 4 มีโอกาสช่วยเล่นได้น้อยมาก แต่ถ้าฝ่ายรุกหมายเลข 1 สามารถส่งบอลไปได้ จะเห็นได้ว่าฝ่ายรับหมายเลข 3 และ 4 ที่ยืนประกบอยู่ในพื้นที่และสถานะการณ์ที่เหมาะสม สามารถชิงตัดแย่งบอลได้ก่อน ซึ่งฝ่ายรับจะสามารถลดความเสียเปรียบในเกมการเล่นลงได้อย่างมากทีเดียว...
                              

วันศุกร์ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2560



ฝึกทักษะการเล่นเกมรับให้มีประสิทธิภาพ (ตอนที่ 2)

ภาพ www.thaipsl.com
                            ฝ่ายรับควรทำอย่างไรเมื่ออยู่ในสถานะการณ์ป้องกัน แบบ 1:2 หรือ 1:3 ซึ่งมักจะเกิดขึ้นในเกมการเล่นเสมอ ดังนั้นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงมีดังนี้
                            หลักการคือ..การหน่วงเหนี่ยวให้คู่ต่อสู้เล่นช้าลง ( Delay )
                              1. ต้องทำให้ฝ่ายรุก รุกคืบไปข้างหน้าได้ช้าลง
                              2. อย่าเปิดโอกาสให้ฝ่ายรุกพาบอลทะลุผ่านไปได้โดยง่าย
                      สรุปคนที่อยู่ใก้ลคู่ต่อสู้ที่ครองบอล..ต้องรีบเข้าไปขวางและปิดทางการเล่นไว้ก่อน

ถาพที่ 1

                         การฝึกเกมลิงชิงบอลแบบ 1:2 ตามภาพที่ 1 ผู้เล่นฝ่ายรับจะต้องยืนขวางด้านหน้าของผู้เล่นฝ่ายรุกที่ครองบอลอยู่ ในระยะที่ไม่ให้เลี้ยงบอลผ่านไปได้ และบีบบังคับให้ส่งบอลได้เพียงทางเดียวที่หมายเลข 2 เท่านั้น ถ้าบอลถูกส่งไปถึงหมายเลข 2 ฝ่ายรับต้องเคลื่อนที่ไปบีบบังคับในลักษณะเดิมเช่นเดียวกับการป้องกันหมายเลข 1 เพราะการเล่นแบบนี้จะทำให้ฝ่ายรุกพาบอลคืบหน้าไปได้ช้าลง ซึ่งทำให้ฝ่ายรับมีเวลารอโอกาสที่ได้เปรียบแล้วจึงเข้าแย่งตัดบอลทันที

 ภาพที่ 2

                           การฝึกเกมลิงชิงบอลแบบ 1:3 ตามภาพที่ 2 ผู้เล่นฝ่ายรับต้องใช้เทคนิคการเล่นแบบเดิมเหมือนแบบการป้องกันแบบ 1:2 โดยเพิ่มในจุดที่ไม่ให้ฝ่ายรุกส่งบอลผ่านไปให้ผู้เล่นหมายเลข 3 ที่อยู่ด้านหลังได้ เน้นให้ฝ่ายรุกส่งบอลทางด้านข้าง ซึ่งจะเป็นการเล่นในสถานะการณ์ที่ฝ่ายรับบังคับ ให้เล่นอยู่ด้านหน้าเท่านั้น..ถ้าผู้เล่นฝ่ายรับผลีผลามเข้าไล่แย่งแบบไม่มีหลักการ จะเปิดโอกาสให้ฝ่ายรุกเจาะทะลุผ่านได้โดยง่าย..
                            ในเกมการแข่งขันผู้เล่นฝ่ายรับจะต้องพบสถานะการณ์เช่นนี้ ดังนั้นสามารถนำเอาหลักการและเทคนิคนี้ไปใช้เพื่อลดความเสียเปรียบในการเกมการเล่นลงได้

                    
                          จากภาพที่ 3 ฝ่ายรับหนึ่งคนกำลังอยู่ในสถานะการณ์ที่ต้องคุมฝ่ายรุกหมายเลข 1 และหมายเลข 2 ซึ่งถ้าไม่พรวดพราดเข้าไปแย่ง แต่ใช้เทคนิคการทำให้ฝ่ายรุกเล่นช้าลง ไม่ให้เลี้ยงหลบหรือส่งบอลทะลุผ่านไปโดยง่าย จะทำให้ความเสียเปรียบในการเล่นของฝ่ายรับลดลงทันที....

วันจันทร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2560



ฝึกทักษะการเล่นเกมรับให้มีประสิทธิภาพ (ตอนที่ 1)

ภาพจาก m88main.com

                         เกมรับที่ดี..เป็นเทคติกที่มีความจำเป็นในการแข่งขันฟุตบอล เพราะจะสามารถช่วยให้ไม่แพ้ในเกมการแข่งขันและอาจจะสร้างโอกาสสู่เส้นทางแห่งชัยชนะได้ง่ายขึ้นอีกด้วย..."โค้ชทีมชาติไทยคนใหม่ มิโลวาน ราเยวัช จากเซอร์เบีย ได้พูดถึงทีมชาติไทยว่านักเตะไทยมีความมุ่งมั่น มีเทคนิคการเล่นที่ดี ชอบเล่นเกมรุก แต่ที่ผ่านมาทีมชาติไทยมักเสียประตูค่อนข้างมาก ควรเล่นให้รัดกุมมากกว่านี้"...จากข้อคิดดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า ทีมชาติไทยมีเกมรับที่ยังไม่เหนียวแน่นดีพอ จึงยังไม่สามารถก้าวขึ้นเป็นทีมในระดับแนวหน้าของเอเซียได้...
                            กรอบแนวคิดวิธีการเล่นเกมรับ..มีดังนี้..นักฟุตบอลแต่ละคนต้องทำความเข้าใจให้ถูกต้องก่อนว่า ในการเล่นหรือแข่งขันฟุตบอลนั้นเกมการเล่นจะเป็นเกมรุกและเกมรับสลับกันไปตลอดเวลา..เมื่อได้ครอบครองบอลก็จะเป็นฝ่ายรุก แต่ถ้าเสียการครอบครองบอลจะต้องกลับมาเป็นฝ่ายรับทันที...ดังนั้นผู้เล่นแต่ละคนควรจะต้องทำอย่างไร.??   สิ่งที่ผู้เล่นทุกคนต้องทำมีดังนี้..
                              1.คิดทันที่ว่าต้องช่วยกันป้องกันไม่ให้ฝ่ายรุกพาบอลไปยิงประตูได้ง่าย
                              2.รีบถอยกลับลงมาตั้งรับ
                              3.หน่วงแหนี่ยวให้คู่ต่อสู้รุกคืบหน้าได้ช้าลง
                              4.ปิดมุมการส่ง บีบพื้นที่ให้เล่นทางเดียว
                              5.ติดตาม หาจังหวะเข้าแย่งบอล

                              การฝึกการป้องกันแบบ 1:1 การป้องกันที่ดี

ภาพที่ 1
                            1.ผู้เล่นฝ่ายรับต้องพยายามยืนป้องกันโดยให้ลูกบอลและคู่ต่อสู้อยู่ด้านหน้า และให้ประตูอยู่ด้านหลังเสมอ...


 ภาพที่ 2
                            2.หน่วงเหนี่ยวให้คู่ต่อสู้เล่นเกมรุกช้าลง ไม่ให้เลี้ยงบอลหลบหรือส่งบอลทะลุผ่านไปได้ง่าย
                              


 ภาพที่ 3

ภาพที่ 4

                           3.ปิดมุมการส่ง บีบพื้นที่ให้เล่นทางเดียว..เช่นให้เล่นในพื้นที่แคบ ดังภาพที่ 3  หรือให้เข้าสู่มุมอับ ในพื้นที่ที่ฝ่ายรับได้เปรียบ ดังภาพที่ 4
                               4.เมื่อไล่บีบบังคับคู่ต่อสู้ได้  และมีจังหวะที่ได้เปรียบจึงเข้าแย่งตัดบอลกลับมาทันที
                                  เทคนิคของเข้าแย่งบอล..
                            1.ถ้าฝ่ายรับอ่านเกม  แล้วเห็นว่าฝ่ายรุกต้องส่งบอลมาให้ผู้เล่นที่กำลังถูกประกบตัวอยู่แน่นอน และเมื่อบอลถูกส่งมาให้รีบชิงจังหวะวิ่งออกไปตัด แย่งบอลไว้ก่อนทันที
                           2.ถ้าตำแหน่งการยืนประกบตัวยังไม่ได้เปรียบไม่สามารถชิงตัดบอลก่อนได้ เมื่อบอลถูกส่งมาในจังหวะทั้งสองฝ่ายมีโอกาสเท่าๆกัน ฝ่ายรับต้องพยายามใช้ไหวพริบเข้าแย่งทันทีเพื่อไม่ให้ฝ่ายรุกครองบอลได้โดยง่าย
                            3.แต่ถ้าฝ่ายรับยืนห่างประกบตัวได้ไม่ดี   ทำให้ผู้เล่นฝ่ายรุกครอบครองบอลได้ก่อน ฝ่ายรับต้องไม่รีบพรวดพลาดเข้าไปแย่ง ให้วิ่งเข้าประชิดปิดมุมบีบพื้นที่ให้เล่นทางเดียวเข้ากดดันหาจังหวะที่ได้เปรียบแล้วหาโอกาสเบียดแย่งบอลทันที

วันอังคารที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2560



มุมมองการพัฒนาฟุตบอลในทวีปเอเซีย..

ภาพจาก thairath.c

                               AFC ได้จัดการสัมนาเรื่อง..     การพัฒนาฟุตบอลในทวีปเอเซีย..  ที่ประเทศมาเลเซียเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2560 ที่ผ่านมา โดยเชิญประธานเทคนิคของสมาคมฟุตบอลในแต่ละประเทศเข้าร่วมประชุม ซึ่งมีประเทศสมาชิกเข้าร่วมประชุมจำนวน 51 ประเทศ คุณวิทยา เลาหะกุล ประธานเทคนิคของไทยได้เข้าร่วมประชุมครั้งนี้ด้วย และต้องขอบคุณ คุณวิทยา  เลาหะกุล ได้นำสาระที่ได้จากการประชุมมาเผยแพร่ ซึ่งจะขอนำสาระบางส่วนมานำเสนอเพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาการเล่นฟุตบอลต่อไป ข้อคิดเห็นจากผู้ร่วมสัมมนาที่มีความเห็นตรงกันว่าจุดอ่อนที่ต้องปรับปรุงแก้ไขกันต่อไป (จะขอขยายความพอเข้าใจดังนี้)
                           1.ด้านคุณภาพของเกมการเล่นโดยรวม..ยังต่ำกว่ามาตรฐานสากล  ที่ชัดเจนคือ
                                   1.1.ด้านความเร็วของเกมการเล่น ต้องเพิ่มความเร็วในการเล่นทั้งเกมรุกและเกมรับ
                                     1.2.ด้านความคิดสร้างสรรค์ในเกมการเล่น  ควรจะมีการเล่นเกมโดดเด่นและมีความหลากหลาย
                               2.ด้านเทคนิค ที่ฝ่ายเทคนิคของ AFC ได้วิเคราะห์จากทีมระดับแนวหน้าของเอเซียในการเข้าร่วมแข่งขันในรายการใหญ่ๆ มีดังนี้
                                       2.1.มีความเข้นข้นของเกมสูง     โดยผุ้เล่นต้องมีความตั้งใจทุ่มเทในเกมการเล่นอย่างจริงจังเต็มที่ เกมจึงจะดุดันเข้มข้นมากขึ้น
                                      2.2.ต้องเพิ่มด้านความเร็ว   โดยผู้เล่นต้องพัฒนาความเร็วให้มีมากยิ่งขึ้น
                                       2.3.เทคนิคการเล่นที่รวดเร็ว ทีมต้องเน้นการเล่นด้วย    เทคนิคที่รวดเร็วเพิมมากขึ้น
                                      2.4.ทำให้มีพื้นที่การเล่นน้อยลง    โดยพยายามบีบบังคับตัดพื้นที่ทำให้คู่ต่อสู้มีพื้นที่ในการเล่นและทำเกมรุกได้น้อยที่สุด
                                       2.5.กดตันอย่างได้เปรียบ     พยายามเล่นในเกมที่ทำให้คู่ต่อสู้เล่นได้ยากและบังคับให้เล่นในรูปเกมที่เรากำหนด
                                       2.6.การรุกโต้กลับเป็นทีม   เมื่อเปิดเกมรุกผู้เล่นทั้งกองหน้า กองกลางและกองกหลังต้องดำเนินการสนันสนุนเกมรุกร่วมกันทั้งทีม
                                      2.7.เสียแล้วกดดันทันที     เมื่อเสียการครอบครองบอลไป ต้องเข้าหากดดันไล่แย่งบอลกลับมาให้เร็ว
                                     2.8.มีแท็คติกการเล่นที่หลากหลาย      ต้องฝึกให้ทีมสามารถเล่นในยุทธ์วิธีที่กำหนดหลายรูปแบบ
                                     2.9.รักษาตำแหน่งในการเล่น  ไม่ว่าจะเล่นเกมรุกหรือเกมรับ ผู้เล่นทุกคนจำเป็นต้องสนับสนุนช่วยเหลือกันและเคลื่อนที่ทดแทนตำแหน่งซึ่งกันและกัน
                                     2.10.การสร้างสรรค์ในการขึ้นเกม    ควรมีการฝึกซ้อมรูปแบบในการรุกที่เหมาะสมหลากหลายแบบไว้ใช้ในการเล่น
                                      2.11.ความสัมพันธ์ในการเล่นที่ดีเพิ่มขึ้น       ต้องฝึกซ้อมให้ผู้เล่นมีความเข้าใจในเกมการเล่นในทางเดียวกัน สามารถเล่นกันได้อย่างต่อเนื่องสัมพันธ์กัน
                                   2.12.ผู้รักษาประตูคือตัวกวาด   ต้องฝึกให้ผู้รักษาประตูอ่านเกมตลอดเวลาและต้องฝึกให้ออกมาตัดบอลที่หลุดแนวรับมาและอยู่บริเวณนอกเขตโทษเปรียบเสมือนเป็นผู้เล่นตัวสุดท้ายอีกคนหนึ่ง
                                      2.13.แนวกองหลังดันขึ้นสูง แนวรับต้องฝึกให้เคลื่อนที่ขึ้นไปข้างหน้าเพื่อสนับสนุนการเล่นของกองกลางในระยะที่เหมาะสม
                                      2.14.การเล่นแบบคลุมพื้นที่ ต้องฝึกให้ผู้เล่นมีความเข้าใจและสามารถเล่นเกมรับและเกมรุกให้ครอบคลุมพื้นที่ทุกส่วนเพื่อไม่ให้เสียเปรียบและสร้างโอกาสที่ได้เปรียบมากกว่า
                                     2.15.ความหลากหลายในเกมรุก ต้องฝึกในการเข้าโจมตีหลายรูปแบบ ทั้งจากทางด้านข้าง จากแนวตรงกลางทั้งลูกบอลที่เลียดกับพื้นและลูกในอากาศ
                                 2.16.การปะทะต้องน้อยลง    ต้องฝึกให้ผู้เล่นเล่นหนักในเกม โดยไม่มีเจตนาที่จะพยายามเล่นที่คนมากกว่าเล่นบอล ซึ่งจะทำให้เสียโอกาสในการเล่นที่เปรียบของทีมไป และการฟาล์วจะลดลง
                                  3.โค้ชและผู้เล่นระดับโลกให้ข้อคิดด้านอื่นๆ..เช่น
                                     3.1.ต้องพัฒนาผู้ฝึกสอนในทุกระดับ เพราะโค้ชที่สร้างสรรค์สามารถช่วยผู้เล่นให้เล่นได้อย่างสร้างสรรค์เช่นกัน
                                       3.2.ผู้เล่นต้องพัฒนาสมรรถภาพทางกายให้เพิ่มมากขึ้น 
                                       3.3.ผู้เล่นต้องฝึกเทคนิคการเล่น 1 ต่อ1ให้มากกว่านี้
                                       3.4.ผู้เล่นต้องมีความกระหายชัยชนะในเกมตลอดเวลา
                                       3.5.ควรมีเกมการเล่นที่หลากหลาย
                                     3.6.ต้องวางแผนพัฒนาทีม   โดยการเข้าร่วมแข่งขันระดับชาติในแต่ละระดับอายุอย่างต่อเนื่อง
                                  3.7.ควรนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย     ในการเก็บข้อมูลของผู้เล่น   ประเมินความก้าวหน้าของผู้เล่นและเกมการเล่นของทีม เป็นต้น....
                                  ข้อคิดดังกล่าวเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ในการพัฒนาวงการฟุตบอลในทุกระดับของประเทศไทย แต่ผลสำเร็จจะเกิดขึ้นได้หรือไม่นั้น จะต้องขึ้นอยู่ที่....วิธีการพัฒนามากกว่า..!!!

วันเสาร์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2560



ฝึกทักษะการเล่นเกมรุกให้มีประสิทธิภาพ (ตอนที่ 4 )

ภาพจาก taringa.net

                            เกมรุกที่มีประสิทธิภาพนั้น นอกจากจะใช้วิธีการเล่นในแนวกว้าง การเจาะทะลุทะลวงแนวรับ และใช้การเคลื่อนที่เพื่อสร้างโอกาสบุกผ่านแนวรับได้หรือสรุปว่าทีมสามารถพาบอลบุกไปถึงหน้าประตูคู่ต่อสู้ได้แล้วก็ตาม ผู้เล่นต้องใช้ไหวพริบหาจังหวะและโอกาสทำประตู (Improvisation) ซึ่งท้ายสุดต้องใช้เทคนิคที่สำคัญนี้เพื่อทำให้ความสำเร็จเกิดขึ้นได้ เทคนิคนี้ก็คือ..การเข้าทำประตู ซึ่งสถานะการณ์ดังกล่าวนี้จะเกิดขึ้นในเขตประตูหรือบริเวณนอกเขตด้านหน้าประตูนั่นเอง
                               เทคนิคการเข้าทำประตู จำเป็นต้องเรียนรู้เพื่อให้เกิดความเข้าใจ และต้องสร้างความสัมพันธ์ให้เกิดขึ้นกับผู้เล่นเกมรุกทุกคน เพราะถ้าไม่เข้าใจไม่มีความสัมพันธ์กัน โอกาสการเข้าทำประตูจะไม่ลงตัวและจะหมดโอกาสยิงประตูทันที
                               เทคนิคการเข้าทำประตู 7 แบบดังนี้ 
                                1. ผ่านจากด้านข้าง ( Crossing )
                                2. ด้านหน้าไม่ว่างส่งคืนหลัง (Back pass )
                                3. เปิดทางตัดหลังแบ็ค ( Cut back )
                                4. เลี้ยงแหวกเข้าไปยิง (Solo )
                                5. ทำชิ่ง 1-2 ( Wall pass )
                                6. แทงผ่านตามช่อง (Through )
                                7. แถว 2 ลองยิงไกล (Secon row long shoot )  

                         1. การผ่านจากด้านข้างสนาม( Crossing ) เป็นการเจาะแนวรับจากทางด้านข้าง แล้วกดดันโดยการส่งบอลเข้ามาบริเวณหน้าประตู เพื่อให้กองหน้าโฉบเข้าหาบอลแล้วยิงประตู
                                
                                                              ภาพที่ 1
 

                             จากภาพที่ 1 ฝ่ายรุกเจาะผ่านแนวรับทางด้านข้างแล้วเห็นว่ามีพื้นที่ว่างระหว่างแนวรับกับประตูอยู่พอสมควร จึงส่งบอลเข้ามาด้านหลังแนวรับทันที เพื่อให้กองหน้าวิ่งทะลุผ่านแนวรับเข้าหาบอลที่พุ่งเข้ามาแล้วยิงประตูทันที
           
ภาพที่ 2

                                  จากภาพที่ 2 จะคล้ายกับสถานะการณ์ที่ 1 แต่แนวรับถอยลงมาป้องกันได้เร็วอยู่บริเวณหน้าประตู ส่วนคนที่จะเปิดบอลก็ถูกไล่แย่งจากผู้เล่นฝ่ายรับเช่นกัน จึงต้องรีบส่งบอลดังนั้นควรเปิดบอลยัดเข้าไปหน้าประตู กองหน้าต้องพยายามวิ่งโฉบเข้าหาบอลบริเวณเสาแรกเพื่อกดดันและยิงประตูทันที แต่ถ้าฝ่ายรับเข้าสกัดบอลพลาดอาจจะทำเข้าประตูตัวเองได้เช่นกัน

ภาพที่ 3

                           จากภาพที่ 3 เมื่อสามารถเจาะผ่านแนวรับทางด้านข้างมาได้ แล้วเห็นว่าบริเวณเสาแรกและตรงกลางหน้าประตูมีผู้เล่นฝ่ายรับเข้ามาปิดทางการเล่นไว้ นั่นแสดงว่าบริเวณเสา 2 จะว่าง ดังนั้นควรโยนบอลไปให้ผู้เล่นที่โฉบเข้ามาที่เสาไกลโหม่งบอลให้เข้าประตูทันที

                         2.การส่งคืนหลัง ( Back pass ) เมื่อกองหน้าไม่สามารถหาจังหวะยิงประตูจากบอลที่ผ่านมาให้ในจังหวะแรกได้ เราไม่ควรพลาดโอกาสในการทำประตูไป จึงต้องสร้างโอกาสการเข้ายิงประตูใหม่อีกครั้ง โดยส่งให้เพื่อนร่วมทีมคนอื่นยิงประตูให้ได้เช้นกัน

ภาพที่ 4

                            จากภาพที่ 4 เป็นสถานะการณ์ตัวอย่างเช่นถ้าผู้เล่นฝ่ายรุกที่รอรับบอลจากการส่งมาให้ที่เสา 2 แต่มีผู้เล่นฝ่ายรับเข้าสกัดกั้นทำให้ไม่สามารถโหม่งบอลให้เข้าประตูได้ ดังนั้นจึงควรโหม่งบอลส่งคืนมาด้านหลังให้เพื่อนร่วมทีมเข้ายิงประตูแทน เป็นต้น

                          3.การผ่านบอลจากเส้นประตูตัดหลังแบ็ค ( Cut back ) เมื่อสถานะการณ์เปลี่ยน ผู้เล่นฝ่ายรุกที่พาบอลทะลุและหนีฝ่ายรับเข้าไปถึงเส้นประตู ซึ่งเป็นการยากที่จะผ่านบอลให้กองหน้าที่รอยิงอยู่ที่หน้าประตูได้ง่าย ดังนั้นจึงควรสร้างโอกาสด้วยวิธีใหม่ โดยการส่งบอลผ่านแนวรับตัดหลังแบ็คออกมาให้เพื่อนร่วมทีมที่หนีตัวถอยกลับออกมารับบอลแล้วยิงประตูทันที ตัวอย่างในภาพที่ 5

     ภาพที่ 5

                               4.การเลี้ยงพาบอลเข้าไปยิงเอง ( Solo ) ในบางครั้งสถานการณ์ไม่ได้เป็นใจอย่างที่เราต้องการ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เมื่อไม่สามารถจะส่งบอลให้เพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆได้ เพื่อไม่ให้เสียการครอบครองบอลไปจึงควรตัดสินใจ กระชาก ลากเลี้ยงบอลทะลุทะลวงแนวรับเข้าไปเพื่อยิงประตูเองทันที ดังตัวอย่างการเล่นในภาพที่ 6 เป็นต้น

ภาพที่6

                             5.การทำชิ่ง 1-2 ( Wall pass ) บางสถานะการณ์ฝ่ายรุกต้องโจมตีแนวรับบริเวณแนวกลางด้านหน้าประตู ผู้เล่นฝ่ายรุกต้องใช้ไหวพริบและการตัดสินใจอย่างรวดเร็ว โดยการส่งบอลแบบทำชิ่ง 1-2 ให้ทะลุผ่านแนวรับเข้าไปยิงประตู ดังตัวอย่างการเล่นในภาพที่ 7 เป้นต้น

     ภาพที่ 7

                                6. การส่งบอลทะลุตามช่อง ( Through ) บางครั้งโอกาสเปิด เราสามารถฉกฉวยโอกาสที่ฝ่ายรับยืนป้องกันไม่ดีมีช่องว่างเปิดกว้าง ทำให้สามารถส่งบอลผ่านเข้าช่องว่างให้กองหน้าวิ่งโฉบพาบอลเข้าไปยิงประตูทันที ดังตัวอย่างการเล่นในภาพที่ 8 และภาพที่ 9 เป็นต้น

  ภาพที่ 8

   ภาพที่ 9

                               7. การยิงไกลจากแถวที่ 2 ( Secon row long shoot ) บางครั้งแนวรับถอยลงไปตั้งรับในแนวลึกบริเวณหน้าประตู ทำให้บริเวณด้านหน้าประตูมีผู้เล่นออกันแน่นไปหมด โอกาสในการเข้าไปยิงประตูทำได้ยาก ดังนั้นฝ่ายรุกต้องหาแนวทางอื่น ด้วยการยิงไกลจากผู้เล่นแถวที่ 2 ให้เข้าประตู แทนการเจาะเข้าไปแล้วติดแนวป้องกัน ดังตัวอย่างการเล่นในภาพที่ 10 เป็นต้น
                                   
ภาพที่ 10

                         เทคนิคการบุกเข้าทำประตูในเกมรุก ทั้ง 7 แบบนั้นถือได้ว่าเป็นเทคนิคสากลที่ใช้กันทั่วโลก เพียงแต่ว่า แต่ละทีมต้องสร้างให้ผู้เล่นมีความรู้ มีความเข้าใจว่าควรใช้ในสถานะการณ์ใดและต้องฝึกซ้อมกันให้เกิดความชำนาญและมีความสัมพันธ์อย่างดี จึงจะส่งผลให้เกมรุกของทีมมีศักยภาพและประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น ลองนำไปใช้นะครับ...