วันพุธที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562



การสร้างความสมดุล (Balance) ในเกมการเล่น

ภาพจาก www.th.professionalsoccercoaching.com

                                ความสมดุล (Balance) มีความสำคัญในเกมการเล่นและจะส่งผลต่อความสำเร็จในเกมการแข่งขัน..แนวคิดในการสร้างความสมดุลในทีมแบบพื้นฐานเบื้องต้นสามารถทำได้ดังนี้


                                1. ด้านขุมกำลังของทีมที่ชัดเจน..การจัดผู้เล่นลงในพื้นที่กองหลัง กองกลางและกองหน้านั้น ควรจัดวางตามความเหมาะสมกับระดับขีดความสามารถของผู้เล่นที่มีอยู่ แล้วจึงมากำหนดระบบการเล่นอย่างที่เห็นกันอยู่..เช่นทีมได้กำหนดให้เล่นในระบบ 4:4:2 , 4:3:3 , หรือ 3:5:2 เป็นต้น นั่นแสดงว่าแต่ละระบบจะจัดวางผู้เล่นไว้ในขุมกำลังต่างๆอย่างไร อย่างเช่น 3:5:2 แสดงว่าในเกมรับทีมจัดวางผู้เล่นกองหลังไว้ 3 คน กองกลาง 5 คน และกองหน้า 2 คน แต่เมื่อเปลี่ยนเป็นเกมรุกผู้เล่นจะเคลื่อนตัวปรับขมกำลังเป็นอย่างไร อย่างเช่นปรับไปเป็น 3:3:4 ซึ่งกองกลาง 2 คนจะเติมขึ้นไปเป็นกองหน้าทันที ซึ่งเป็นการให้ความสำคัญในยุทธวิธีเกมการเล่นของแต่ละทีม..เป็นต้น
                                2. ระยะทางระหว่างขุมกำลังต้องเหมาะสม..ในเกมการเล่นทั้งเกมรุกและเกมรับระยะของกองหลัง กองกลางและกองหน้า ต้องไม่ห่างหรือชิดกันเกินไป หรือกล่าวแบบง่ายๆคือดันขึ้นไปสนับสนุนในเกมรุก และถอยลงมาช่วยในเกมรับได้พอเหมาะไม่มีพื้นที่ว่างให้คู่ต่อสู้ครองบอลได้ง่าย..ซึ่งจะขึ้นอยู่กับการฝึกแบบผสมผสานผู้เล่นซึ่งกันและกัน (Combination Play) โดยการฝึกตามบทบาทหน้าที่เฉพาะตำแหน่ง ผสมกับการฝึกการเล่นในพื้นที่ทั้งกองหลัง กองกลาง หรือกองหน้าให้เกิดความเข้าใจและเล่นสัมพันธ์กัน..เป็นต้น
                             3. สร้างความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของแต่ละตำแหน่ง และในแต่ละสถานะการณ์เกมว่า.. ในสถานะการณ์นั้นผู้เล่นคนใดต้องทำอะไร และทำอย่างไรจึงจะสร้างความได้เปรียบในขณะนั้นมากที่สุด ซึ่งโค้ชต้องสร้างให้ผู้เล่นทุกคนรู้ เข้าใจ และสามารถปฏิบัติได้จริงในแนวทางที่ครวจะเป็น.......เพราะในสถานะการณ์เกม บางครั้งผู้เล่นอาจจะต้องเคลื่อนที่หมุนเวียนเปลี่ยตำแหน่งกัน (Rotation) ซึ่งไม่ว่าใครที่หมุนเวียนเปลี่ยนไปอยู่ในตำแหน่งหรือพื้นที่แดนใด จะต้องเล่นในรูปแบบและวิธีการเล่นอย่างเดียวกันนั้น จึงจะทำให้เกมลี่นไหลไม่สะดุด
                                ดังนั้น..ถ้าสามารถฝึกได้ เกมการเล่นของทีมจะสามารถคงรูปแบบที่กำหนดไว้ ผู้เล่นจะมีอยู่ครบทุกตำแหน่งและขุมกำลังในทุกพื้นที่จะสามารถสนับสนุนซึ่งกันและกันได้สม่ำเสมอ..ทีมจะไม่เสียความสมดุลในการเล่นไป ความเสียเปรียบที่จะส่งผลไปสู่ความพ่ายแพ้จะลดน้องลง...

วันพฤหัสบดีที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2562



แนวทางการฝึกนักกีฬาสู่ความยอดเยี่ยม
 
ภาพจาก www.Bloggang.com

                                   คนส่วนใหญ่มักจะเข้าใจว่านักกีฬาที่เก่งๆนั้นมาจากพรสวรรค์ (Gifted) ความคิดเห็นนี้ถูกต้อง แต่ถูกเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นซึ่งอาจจะเพียง 20-30 เปอร์เซ็นท์เท่านั้น....เพราะถ้าพิจารณาตามความเป็นจริงจะเห็นว่า มนุษย์ที่เกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์และเติบโตขึ้นมา แล้วเดินตามฝันทำในสิ่งที่เขาถนัด ทั้งๆที่มีโอกาสเรียนหรือฝึกน้อยมากแต่ก็ประสพความสำเร็จได้นั้น มีให้เห็นได้เพียงจำนวนหนึ่งและมีน้อยมาก   ซึ่งบุคคลเหล่านี้ได้แก่.. พวกอัจฉริยะ (Genius)     แต่อีกส่วนหนึ่งที่สำคัญประมาณ 70-80 เปอร์เซ็นท์ คือมีพรแสวง ซึ่งต้องมีความมุ่งมั่นตั้งใจเรียนรู้และฝึกฝนอย่างหนักแล้วจึงประสพความสำเร็จได้เช่นกัน ซึ่งมีให้เห็นจำนวนมากทีเดียว บุคคลเหล่านี้ได้แก่..พวกความสามารถพิเศษ(Talent) หรือมีความสามารถยอดเยี่ยม (Expert Performance)...ถ้าพวกอัจฉริยะได้มีโอกาสเติมพรแสวงเข้าไปด้วยแล้วจะช่วยให้บุคคลเหล่านี้เป็น...สุดยอดของโลก (Super Genius) ในด้านนั้นอย่างแน่นอน


ภาพจาก www.goal.com

                                      นายแพทย์เชิดศักดิ์ ไอรมณีรัตน์ ได้เขียนเอกสารประกอบคำบรรยายในหัวข้อ"การพัฒนาทักษะผ่านกระบวนการฝึกฝนอย่างตั้งใจ (Deliberate Practice)" โดยได้ศึกษาค้นคว้าสาระจากเอกสารตำราจากต่างประเทศแล้วสุรปสาระสำคัญไว้ ซึ่งในบางส่วนเป็นประโยชน์นำมาใช้ในการพัฒนานักกีฬาได้...ผู้เขียนเห็นว่าวิธีการบางอย่างที่เคยทำอยู่แล้วเกิดผลดีซึ่งมีความสอดคล้องกับหลักการระดับสากลที่ใช้กันอยู่ นั่นก็แสดงว่าหลักการดังกล่าวมีประโยชน์ต่อการฝึกซ้อมกีฬาด้วย จึงอยากจะนำเสนอสาระบางส่วนที่มีประโยชน์ให้ทราบดังนี้...
                              Vince Lombardi ได้ให้ข้อคิดไว้ว่า  "Practice does't make perfect ...Perfet practice makes perfect." การฝึกนั้นไม่สามารถทำให้การพัฒนาได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่การฝึกที่สมบูรณ์แบบจะทำให้ผลการพัฒนามีความสมบูรณ์แบบได้..
  
                             แนวทางการฝึกเพื่อพัฒนานักกีฬาสู่ความยอดเยี่ยม (Talent)
                              1.แบ่งทักษะที่ซับซ้อนออกเป็นทักษะย่อยๆ
                              2.ฝึกด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจอย่างถูกต้องไม่เร่งรีบ
                              3.ฝึกซ้ำๆในระดับทักษะที่เหมาะสม
                              4.ประเมินผลการฝึก
                          1.แบ่งทักษะที่ซับซ้อนออกเป็นทักษะย่อยๆ เพื่อมีขั้นตอนในการปฏิบัติที่ถูกต้อง ทำให้ผู้รับการฝึกรู้ว่าต้องทำอะไรก่อนหลังและทำอย่างไร ซึ่งจะทำให้สามารถเรียนรู้เข้าใจและจดจำได้ง่ายมากขึ้น
                           2.ฝึกด้วยความมุ่งมั้นตั้งใจอย่างถูกต้องไม่เร่งรีบ ส่งเสริมให้ผู้รับการฝึกมีสมาธิตั้งใจฝึกอย่างจริงจังทีละขั้นจะทำให้มีทักษะที่ดีหรือแน่นติดตัวไป ไม่ควรใจร้อนร่งรีบฝึกข้ามขั้นตอน
                           3.ฝึกซ้ำๆในระดับทักษะที่เหมาะสม ควรจักกิจกรรมการฝึกที่ไม่ง่ายหรือยากเกินไปเพราะจะไม่เกิดการพัฒนา ต้องจัดกิจกรรมที่ท้าทายเพื่อส่งเสริมให้มีความพยายาม การพัฒนาจึงจะเพิ่มขึ้นอย่างเหมาะสมตามระดับความสามารถในแต่ละช่วง
                           4.ประเมินผลการฝึก ต้องประเมินผลการฝึกโดยเทียบกับเกณฑ์ที่กำหนดไว้ หรือสามารถนำไปใช้ได้ถูกต้องเหมาะสมกับสถานะการณ์ต่างๆได้  ทั้งโค้ชและนักกีฬาต้องทบทวนกระบวนการปฏิบัตินั้นว่ายังมีจุดใดบ้างที่ยังทำได้ไม่ถูกต้องหรือไม่ดี แล้วจึงมาวางแผนการปรับแก้ให้ถูกต้องแล้วฝึกซ้ำจนทำได้อย่างถูกต้องต่อไป..เป็นต้น
                               จงอย่าลืมว่าผู้ที่มีพรสวรรค์แล้วลืมตัวหรือมั่นใจว่าเก่งเหนือคนอื่นแล้วขาดการฝึกซ้อมอย่างจริงจัง เท่ากับย่ำอยู่กับที่ ซึ่งผิดกับผู้มีพรแสวงที่มุ่งมั่นตั้งใจฝึกซ้อมอย่างจริงจังจะพัฒนาก้าวหน้าขึ้นไปเรื่อยๆ มีความรู้และเข้าใจรวมทั้งมีประสบการณ์มากขึ้นจะทำให้พัฒนาความสามารถตามได้ทันและก้าวหน้าแซงผ่านไปได้อย่างแน่นอน....


วันจันทร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2562



ช่องทางการเรียนรู้ของมนุษย์กับการพัฒนา


                            ธรรมชาติของมนุษย์สามารถเรียนรู้ได้ตามโอกาสและความสนใจของแต่ละบุคคล แต่การรับรู้แล้วเข้าใจเพื่อนำความรู้นั้นไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้แตกต่างกัน ซึ่งขึ้นอยู่สัญชาตญาณของแต่ละบุคคล
                            การรับรู้ของมนุษยมีหลายช่องทาง ซึ่งมนุษย์แต่ละคนมีขีดความสามารถการเรียนเพื่อการรับรู้ได้ไม่เหมือนกัน ช่องทางในการเรียนรู้ที่พบเห็นได้แบบง่ายๆน่าจะมีดังนี้
                           ช่องทางการเรียนรู้ 4 ช่องทาง
                                1.การเห็น
                              2.การฟัง
                              3.การเขียน/จดบันทึก
                              4.การปฏิบัติ/การฝึก
                           1.การเรียนรู้จากการมองเห็น บางคนมองเห็นภาพต่างๆแล้วสามารถคิดวิเคราะห์แล้วสรุปผลจากสิ่งที่เห็นนั้นว่ามีคุณค่า แล้วนำไปใช้ได้
                             2.การเรียนรู้จากการฟัง บางคนเมื่อได้ยินหรือรับฟังสิ่งต่างๆแล้วสามารถคิดวิเคราะห์แล้วสรุปผลข้อมูลจากสิ่งที่ได้ยินนั้นว่ามีคุณค่า แล้วนำไปใช้ได้
                             3.การเรียนรู้จากการการเขียนหรือการจดบันทึก บางคนต้องขีดเขียนบันทึกไว้แล้วนำกลับมาทบทวนแล้วสามารถเข้าใจถึงคุณค่า และนำไปใช้ได้
                           4.การเรียนรู้จากการปฏิบัติ บางคนลงมือฝึกหรือปฏิบัติ แล้วจึงเกิดความเข้าใจคุณค่า และนำไปใช้ได้
                             จะเห็นได้ว่ามนุษย์เราสามารถเรียนรู้ผ่านช่องทางต่างๆได้หลายช่องทาง ขึ้นอยู่กับสัญชาตญาณของแต่ละบุคคล ที่จะมีความถนัดกับช่องทางใดมากที่สุด
                             ถ้าเราจะต้องฝึกหรือสอนให้กับผู้เรียนหรือนักกีฬาก็ต้องสังเกตุว่าแต่ละคนนั้นมีคาวมถนัดในช่องทางใดก็ส่งผ่านในช่องทางนั้นจะทำให้การเรียนรู้เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว แต่ถ้าต้องฝึกหรือสอนให้กับสมาชิกเป็นกลุ่มหรือทีม..อาจจะต้องใช้วิธีการผ่านทั้ง 4 ช่องทางนั้นเพราะแต่ละคนมีความแตกต่างกัน อย่างไรก็ตามทั้ง 4 ช่องทางนั้นจะช่วยสนับสนุนส่งเสริมซึ่งกันและกันช่วยให้การเรียนรู้สำเร็จ รู้และเข้าใจได้ง่ายมากขึ้น ซึ่งกระบวนการฝึกสอนฟุตบอลเราจึงควรทำเป็นขั้นตอน
 
        ภาพจาก www.knowhowsoccer.com
                              ขั้นตอนการฝึกควรมีดังนี้
                             1.ขั้นอธิบาย..โดยบอกถึงจุดประสงค์ในการฝึกนั้น วิธีและขั้นตอนการฝึกในแบบฝึกนั้น
                               2.ขั้นสาธิต..โดยการแนะนำวิธีปฏิบัติตามลำดับขั้นตอน ทีละขั้นที่ถูกต้ออย่างช้าๆ แบบปิดจังหวะแล้วจึงทำแบบต่อเนื่องเปิดจังหะต่อไป
                             3.ขั้นปฏิบัติ..โดยให้นักกีฬาลงมือทำการฝึกตามขั้นตอนที่ถูกต้องทีละขั้น
                             4.ขั้นการฝึกด้วยเกม..โดยจัดเกมการฝึกทั้งแบบสนามเล็กหรือแบบเต็มสนาม แต่แบบการเล่นควรเน้นให้สอดคล้องกับเนื้อหาตามจุดประสงค์ของการฝึกในวันนั้น ที่สำคัญควรจัดกิจกรรมเน้นความสนุก หรือกิจกรรมที่ท้าทาย
                             5.ขั้นการปรับปรุงแก้ไข..เมื่อมีข้อผิดพลาดควรสั่งให้หยุด แล้วป้อนคำถามให้คิดทบทวนว่ามีความผิดพลาดที่จุดใดและควรจะแก้ไขอย่างไร แล้วจึงอธิบายสิ่งที่ถูกต้องให้และให้ฝึกทำซ้ำๆจนสามารถทำได้
                             6.ขั้นสรุป..การสังเกตูและประเมินผลกิจกรรมการฝึกโดยเทียบกับเกณฑ์ที่โค้ชกำหนดไว้ซึ่งต้องเป็นไปตามจุดประสงค์ที่มีอยู่ แล้วนำสรุปผลการปฏิบัติมาชี้แจง รวมทั้งเน้นย้ำที่จุด Coaching Point เพื่อทบทวนความเข้าใจและเป็นแรงผลัดดันให้นักกีฬาตั้งใจพัฒนามากขึ้นอีกด้วย
                             สิ่งเล็กๆที่โค้ชไม่ควรมองข้าม เพราะเป็นกระบวนการที่จำเป็นในการพัฒนาขีดความสามารถให้เกิดขึันในตัวของนักกีฬา ซึ่งรวมถึงการมีความรู้ความเข้าใจและสามารถนำไปใช้ได้อย่างถูกต้องเหมาะสมกันสถานะการณ์ต่างๆในการเล่นได้มากที่สุด....

                            

                             

วันอาทิตย์ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2561



แนวคิดการพัฒนาฟุตบอลไทย..ให้คุ้มการลงทุน

ภาพจาก www.thaibev.com
                                  สืบเนื่องจากตอนที่แล้ว ที่ได้กล่าวถึงสาเหตุที่ลงทุนพัฒนาโค้ชไปแล้ว ผลการพัฒนาฟุตบอลไทยยังไม่ก้าวหน้าให้เห็นได้อย่างชัดเจน
                                    ขอร่วมด้วยช่วยคิด..แนวทางการพัฒนาให้คุ้มค่ากับสิ่งที่ลงทุนไปแล้ว การดำเนินการควรจะบูรณาการ แบบร่วมด้วยช่วยกัน คือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆต้องมาทำ MOU เพื่อทำความร่วมมือช่วยกันเพื่อพัฒนาฟุตบอลไทย ดังนั้นจึงน่าจะเป็นแนวทางดังนี้
                                  1.สมาคมฟุตบอลฯต้องทำ MOU กับกรมพลศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ การกีฬาแห่งประเทศไทยเป็นต้น เพราะแต่ละองค์กรจะเกี่ยวข้องกับนักกีฬาฟุตบอลจำนวนมากทั่วประเทศ โดยให้ช่วยกำหนดเกณฑ์ความรู้ของโค้ชต้องผ่านการอบรมตั้งแต่ระดับ T-Licences, C-Licences ขึ้นไปทำหน้าที่ฝึกสอนนักกีฬา   เพื่อเข้าร่วมแข่งขันในกีฬานักเรียน   และกีฬาเยาวชนแห่งชาติ  กีฬามหาวิทยาลัยฯ และกีฬาแห่งชาติ ซึ่งจะปูพื้นฐานการเล่นกีฬาฟุตบอลให้ได้มาตรฐานสากล
                                  2.สมาคมฟุตบอลฯต้องวางกรอบรูปแบบแนวทางการเล่น ระบบและเทคติก การเล่นที่เหมาะสมกับคนไทย ไว้เป็นแนวทางพื้นฐานให้โค้ชและนักฟุตบอลเรียนรู้และพัฒนา
                                  3.สมาคมฟุตบอลฯต้องสนับสนุนการจัดการแข่งขันฟุตบอลในทุกระดับให้เป็นระบบสากล ควบคุมผู้ตัดสินให้ทำหน้าที่ได้ดีถูกต้องตามมาตรฐานสากล เพื่อให้เกมการเล่นเป็นไปตามมาตรฐานอีกด้วย
                                 4.สมาคมฟุตบอลฯต้องจัดตั้งศูนย์พัฒนาฟุตบอลของสมาคมฯประจำภาค 4-5ศูนย์ทั่วไทย และมีทีมงาน scout ไปเสาะหานักฟุตบอลดาวรุ่งแต่ละกลุ่มอายุเข้าสู่ศูนย์ฝึกเพื่อนำมาพัฒนาต่อไป
                                 5.สมาคมฟุตบอลฯจัดยุทธศาสตร์การพัฒนาประสบการณ์นักฟุตบอลประจำศูนย์พัฒนา โดยการประลองและแข่งขันอย่างสม่ำเสมอ คัดเลือกเพื่อจัดลำดับความสามารถนักฟุตบอลและนำไปพัฒนาต่อในศูนย์พัฒนาทีมชาติต่อไป
                                 6.สมาคมฟุตบอลฯควรจะให้การสนับสนุน อดีตนักฟุตบอลทีมชาติหรืออดีตนักฟุตบอลอาชีพ ที่ยังรักผูกพันกับกีฬาฟุตบอลที่ได้เข้ารับการอบรมเพื่อเป็นโค้ช Licences ระดับต่างๆ ให้ได้รับโอกาสทำหน้าที่โค้ชเพื่อพัฒนาเยาวชนกลุ่มต่างๆ โดยประสานกับการกีฬาแห่งประเทศไทยกำหนดให้สมาคมกีฬาจังหวัดทุกจังหวัด รับบุคลเหล่านี้ไปเป็นโค้ชฟุตบอลของแต่ละจังหวัด เพราะโค้ชเหล่านี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้เด็ก อีกทั้งยังสามารถนำประสบการณ์ที่ดีมาถ่ายทอดสู่เยาวชนรุ่นต่อไป อีกทั้งยังสนับสนุนให้พวกเขามีอาชีพที่เขารักรองรับอีกด้วย..
                                 7.สมาคมฟุตบอลฯควรจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำหนดค่าตอบแทนรายเดือนขั้นต่ำ ในการปฏิบัติหน้าที่ของโค้ชที่ผ่านหลักสูตรโค้ช Licences ระดับต่างๆอย่างเหมาะสม เพื่อกำหนดตำแหน่งในการประกอบอาชีพต่อไป 
                                  การพัฒนาศักยภาพนักฟุตบอลของไทย ถ้าทำอย่างเป็นระบบจะช่วยส่งเสริมให้การพัฒนาก้าวไปสู่ระดับสากลได้ ฝันที่ไทยจะไปบอลโลกนั้นน่าจะเป็นไปได้ไม่ยาก....
                                 

วันพฤหัสบดีที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2561




การพัฒนาฟุตบอลต้องทำให้คุ้มทุน

ภาพจาก www.FA Thailand.org

                                  การบริหารงานของสมาคมฟุตบอลฯของไทยแต่ละสมัย จะมีแนวคิดการพัฒนาวงการฟุตบอลคล้ายๆกัน เช่นมีโครงการอบรมโค้ชให้มีความรู้ Licences ตามมาตรฐาน FIFA กำหนด แล้วมีโครงการพัฒนานักฟุตบอลทีมชาติแต่ละชุด
                                    ถ้าพิจารณาแบบเจาะลึก..จะพบว่าการพัฒนาที่ผ่านๆมานั้นมีผลสัมฤทธิ์ไม่คุ้มค่าการลงทุน และมาตรฐานการเล่นของทีมฟุตบอลไทยยังเล่นอยู่ในระดับอาเซี่ยนเหมือนเดิม ทั้งๆที่เรามีโค้ชที่ผ่านการอบรม Licences ระดับต่างๆเพิ่มมากขึ้น
                                 ที่เป็นเช่นนี้เนื่องมาจากสาเหตุต่อไปนี้
                                  1. บางคนที่ได้รับโอกาสเข้ารับการอบรมไม่ใช่ผู้ที่มีความมุ่งมั่นเรียนรู้และนำความรู้ไปใช้ฝึกแและพัฒนานักกีฬาจริง เพราะคนพวกนี้ต้องการเพียงใบประกาศที่ผ่านการอบรมไปไว้ประดับบารมีเท่านั้น จึงมักจะหาช่องทางพิเศษเพื่อเข้าอบรมในทุกระดับเท่านั้น
                                  2. สมาคมฟุตบอลฯ ขาดแผนยุทธศาสตร์ในการควบคุม กำกับติดตาม และประเมินผลการปฏิบัติงานของโค้ชหลังการอบรมว่าที่ได้ทำจริง และมีผลการพัฒนางานอย่างไร
                                  3. สมาคมฟุตบอลฯ ขาดแผนยุทธศาสตร์การจัดกลุ่มและจัดอันดับความสามารถของโค้ชไว้ เพื่อเป็นฐานข้อมูลในการพิจารณาคัดเลือกโค้ชมาใช้งาน และส่งเสริมให้พัฒนาความรู้เพิ่มขึ้นได้อย่างเหมาะสมต่อไป
                                  4. สมาคมฟุตบอลฯ ขาดแผนยุทธศาสตร์การตั้งศูนย์ฝึกเพื่อพัฒนานักฟุตบอล 4-5 ศูนย์ไว้ทุกภาคทั่วประเทศ และศูนย์ฝึกทีมชาติที่ส่วนกลางอีก 1 ศูนย์ เพราะเป็นการขยายโอกาสให้เยาวชนที่อาจจะเป็นช้างเผือกในอนาคตให้ได้รับโอกาสพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และเพิ่มจำนวนนักฟุตบอลดาวรุ่ง ที่มีความสามารถดีในตำแหน่งต่างๆให้มีมากขึ้นด้วย และเป็นโอกาสดีให้นักฟุตบอลเหล่านั้นต้องแข่งขันกัน พัฒนาศักยภาพของตนให้ดียิ่งขึ้นอยู่เสมอ
                                ซึ่งจะเห็นได้ว่า การลงทุนในการพัฒนาความรู้ให้บุคลากรเพื่อเป็นโค้ชไม่ใช่น้อย แต่ภาคภูมิใจเพียงปริมาณที่เพิ่มขึ้นของจำนวนโค้ชเท่านั้น ในความเป็นจริงยังไม่เพียงพอ..น่าจะต้องดูที่คุณภาพ ว่าโค้ชที่ผ่านการอบรมไปแล้วได้นำความรู้ไปใช้ พัฒนานักกีฬาในทุกระดับได้จริง และยกระดับมาตรฐานขีดความสามารถของนักฟุตบอลให้สูงขึ้นเทียบชั้นกับมาตรฐานสากล รวมถึงเพิ่มจำนวนนักฟุตบอลเหล่านี้ให้มีมากขึ้นด้วย เพื่อเป็นขุมกำลังที่สำคัญไว้ให้สมาคมฟุตบอลฯได้เลือกและนำไปใช้เป็นตัวแทนของทีมชาติในแต่ละชุดต่อไป...

วันศุกร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561



ฝึกแบบ Cognitive Training Patterns สำคัญอย่างไร.!!

ภาพจาก www.springnews.co.th

                                    เวลาเราได้ชมเด็กไทยแข่งขันฟุตบอลในรายการแข่งขันระดับนานาชาติ มีหลายๆสถานะการณ์ ที่ทำให้เรามีความรู้สึกว่าอึดอัด เพราะผู้เล่นนั้นไม่ได้เล่นในแบบที่เราคิด และการเล่นแบบนั้นทำให้สถานะการณ์เกมก็ไม่เกิดความได้เปรียบอีกด้วย
                                   ถ้าเปรียบเทียบหลายๆด้านแล้วจะพบว่า เด็กไทยมีทักษะความสามารถเฉพาะตัวไม่ได้น้อยหน้าชาติไหนๆ หรือบางที่จะมีความสามารถดีกว่าด้วยซ้ำไป แต่พอลงเล่นทีมหรือเข้าสู่การแข่งขันเด็กเหล่านี้กลับทำผลงานออกมาได้ไม่ดีเท่าที่ควรจะเป็น
                                   สาเหตุที่ทำให้เกิดความบกพร่องดังกล่าว..น่าจะมีดังต่อไปนี้
                                 1.ไม่รู้และไม่เข้าใจรูปแแบบการเล่นที่เหมาะสม
                                 2. เล่นตามความรู้สึกหรือตามความคิดของตนเอง
                                   จากสาเหตุดังกล่าว ถ้าดูผ่านๆแล้วจะคิดว่า ไม่น่าจะเป็นเรื่องที่สำคัญอะไร แต่ถ้าพิจารณาให้ดีแล้วจะเห็นว่าเป็นเรื่องจริง การที่เราจะต้องทำภาระกิจอย่างใดอย่างหนึ่ง ถ้าเรามีความรู้ความเข้าใจในเรื่องนั้นเป็นอย่างดี จะทำให้เรารู้กระบวนการ ขั้นตอนและสามารถปฏิบัติภาระกิจนั้นได้อย่างถูกต้อง เหมาะสมและเกิดความสำเร็จได้โดยง่ายหรือมีโอกาสเกิดความผิดพลาดได้น้อยมาก
                                  ในเกมฟุตบอลก็เช่นเดียวกัน นักกีฬาคนใดถ้ารู้และเข้าใจเทคนิคและแทคติกการเล่นดี ก็จะมีวิธีการเล่นที่เหมาะสมมาใช้ในสถานะการณ์ต่างๆได้ นักกีฬาคนนั้นจะมีความโดดเด่นในสนาม ซึ่งผู้เล่นลักษณะเช่นนี้ จะมีอยู่จำนวนไม่มากนัก ทั้งๆที่โค้ชหลายๆคนได้ดำเนินการฝึกซ้อมด้วยแบบฝึกที่ได้รับจากการอบรมในระดับต่างๆมา อันที่จริงไม่ใช่เรื่องที่ผิดเพราะมีบางคนสามารถเล่นได้ดีขึ้น แต่ยังมีนักกีฬาอีกส่วนใหญ่ที่ยังพัฒนาได้ไม่ดีเท่าที่ควร
                                  โค้ชที่ดีต้องรับภาระในการพัฒนาขีดความสามารถของนักกีฬาส่วนใหญ่ให้มีศักยภาพในการเล่นดียิ่งขึ้น มิฉะนั้นนักกีฬาชุดดังกล่าวจะเล่นร่วมกันได้ไม่ลื่นไหลขาดความสัมพันธ์กันอย่างที่ควรจะเป็น
                                  ดังนั้นสิ่งที่โค้ชต้องจัดการในการฝึกซ้อม..ต้องทำในเชิงลึก..ดังนี้
                                1.ให้ความรู้ความเข้าใจเทคนิคและแทคติกการเล่น
                                  2.ฝึกแบบการเล่นซ้ำๆให้เกิดความชำนาญ
                                  3.ย้ำเตือนและปรับทัศนคติ ให้เล่นตามสถานะการณ์เกม


 ภาพจาก www.knowhowsoccer.com

                            1. ให้ความรู้ความเข้าใจเทคนิคและแทคติกการเล่น..หมายถึง โค้ชต้องสร้างความรู้ความเข้าใจให้นักกีฬาเกี่ยวกับ..
                                1.1. อะไรคือรูปแบบ เทคนิค แทคติกและวิธีการเล่นที่เหมาะสมในการเล่น
                                1.2. เมื่อไรจะนำวิธีการเล่นแบบนี้ไปใช้เล่น
                              1.3. ทำไมจึงต้องใช้วิธีการเล่นแบบนี้
                              1.4. ผู้เล่นคนใดบ้างต้องมีส่วนร่วมในการเล่นตามแบบวิธีการเล่นนี้  
                                การพัฒนาต้องเกิดขึ้นทั้งด้านความสามารถทางร่างกาย และทางด้านจิตในรูปแบบความคิดอย่างมีเหตุผล จึงจะทำให้นักกีฬามีความเข้าใจว่าสถานะการณ์ไหน ควรจะนำวิธีการเล่นแบบใดไปใช้เล่น เพราะถ้าเลือกวิธีการเล่นที่ถูกต้องจะทำให้เกิดความได้เปรียบในการเล่นในสถานะการณ์นั้นทันที 
                           2. ฝึกแบบการเล่นซ้ำๆห้เกิดความชำนาญ..หมายถึง โค้ชต้องเตรียมแบบฝึกให้นักกีฬาฝึกการเล่นตามแบบที่กำหนดได้อย่างถูกต้องสัมพันธ์กัน จนเกิดความชำนาญ และทุกคนต้องมีความเข้าใจให้ถูกต้องตรงกันว่า สถานะการณ์ใดควรจะเล่นแบบใดจึงได้เปรียบ 
                           3. ย้ำเตือนและปรับทัศนคติ ให้เล่นตามสถานการณ์เกม..หมายถึง โค้ชต้องแนะนำให้นักกีฬาทุกคนตระหนักรู้ว่า ฟุตบอลเป็นกีฬาทีมไม่ควรเล่นแบบโชว์คนเดียว จึงไม่ควรเล่นตามความคิดเฉพาะตน แต่ควรจะเล่นตามวิธีการที่เหมาะสมในสถานะการณ์ที่พบนั้นตามที่ฝึกซ้อมมา เพื่อการเล่นที่เล่นได้ง่ายและได้เปรียบเหนือกว่าคู่ต่อสู้นั้นทันที.....
                                    ถ้าสามารถฝึกซ้อมนักกีฬาให้มีเทคนิค แทคติกในการเล่นที่ดีและมีความชำนาญแล้ว ยังต้องพัฒนาให้เกิดความรู้ความเข้าใจว่าเล่นอย่างไรจึงได้เปรียบอีกด้วย ซึ่งจะปรับเป็นเชาว์ปัญญา ทำให้มีไหวพริบในการปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้มีวิธีการเล่นที่เหมาะสมได้อย่างสม่ำเสมอ เมื่อได้ลงเล่นในเกมการแข่งขัน จะทำให้นักกีฬาแต่ละคนมีความสามารถในการเล่นได้โดดเด่นยิ่งขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้การเล่นของทีมมีรูปแบบการเล่นที่ดีและมีผลการแข่งขันที่ดีอีกด้วย.....
                                    

วันเสาร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2561



ทำไมจึงต้องฝึกเกมสนามเล็ก (Small-sided Games)

ภาพจาก www.smile football club.com

                             บางคนยังเข้าใจผิดคิดว่าการฝึกหรือเล่นในสนามเล็ก จะพัฒนาเด็กและเยาวชนได้น้อยกว่าการเล่นทีม 11 คน
                               อันที่จริง การฝึกซ้อมทั้งสองแบบ สามารถพัฒนาทักษะความสามารถของเด็กและเยาวชนได้เหมือนกัน เพียงแต่การฝึกแบบทีม 11 คนพัฒนาในบางทักษะให้เกิดขึ้นได้น้อยและช้ากว่าการฝึกซ้อมด้วยกิจกรรมเกมในสนามเล็ก
                            ทำไมการฝึกซ้อมในสนามเล็กจึงมีความสำคัญ... เหตุผลที่สนับสนุนมีดังนี้                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                            
                              1. เป็นกิจกรรมการฝึกที่เหมาะสมกับการพัฒนาเด็กและเยาวชน
                              2. เป็นกิจกรรมการเรียนรู้ เทคนิคการเล่นต่างๆตั้งแต่ขั้นพื้นฐานขึ้นไป
                              3. เด็กจะได้รับการฝึกกิจกรรม โดยเด็กทุกคนจะมีโอกาสทำกิจกรรมที่ต้องการพัฒนาตลอดเวลา และทำซ้ำๆบ่อยๆ จนเกิดเป็นความชำนาญ
                              4. แก้ปัญหาให้โค้ชบางคน ที่คิดว่ามีพื้นที่สนามในการฝึกซ้อมขนาดเล็ก ไม่ได้ตามขนาดมาตรฐาน แต่สามารถดำเนินการฝึกซ้อมเพื่อพัฒนาเด็กได้เช่นกัน
                              5. โค้ชสามมารถกำหนดกิจกรรมตามที่ต้องการ เช่น..กิจกรรมพัฒนาความสามารถเฉพาะตัว หรือกิจกรรมพัฒนาเทคนิคการเล่นในสถานะการณ์ต่างๆ และกำหนดความหนักของงานได้ตามความเหมาะสมของแผนพัฒนาฯ เช่น..กิจกรรมจะพัฒนาสมรรถภาพทางกายถึงระดับ แอโรบิกและสามารถพัฒนาความเข้มข้นขึ้นไปถึงระดับ แอโรบิกผสมกับความอดทน (Aerobic Endurance)
                              6. เกมสนามเล็กจะเป็นสถานะการณ์เกมบางส่วน ในการเล่นทีม 11 คน เพราะในเกมสนามใหญ่ ผู้เล่นทั้ง 11 คนจะไม่ได้เล่นในสถานะการณ์เกมเดียวกันพร้อมกันทุกคน แต่จะมีผู้เล่นที่เกี่ยวข้องกันจริงจริงในสถานะการณ์นั้นๆเพียง 1-4 คนเท่านั้น ซึ่งถ้าแบ่งพื้นที่สนามใหญ่ออกเป็นส่วนๆ จะเห็นได้ว่า มีพื้นที่บางส่วนเท่านั้นที่มีสถานะกาณ์เกมการเล่นเกิดขึ้น และมีผู้เล่นที่มีส่วนเกี่ยวข้องจำนวนหนึ่งเท่านั้น สมมุติว่าถ้ายกพื้นที่ดังกล่าวนั้นออกมา จะเห็นได้ว่าเกมการเล่นในพื้นที่ตรงนั้น  จะมีลักษณะเหมือนกับการฝึกกิจกรรมเกมสนามเล็กนั่นเอง...
                              โค้ชที่ดีจะต้องสามารถมองภาพดังกล่าวได้ และสามารถคิดแผนการพัฒนา จัดทำแบบฝึก และรูปแบบกิจกรรมการฝึกเพื่อนำมาใช้ฝึกซ้อมเพื่อให้ผู้เล่นเกิดการพัฒนาการ และเพิ่มในส่วนที่ขาดตามแผนพัฒนาที่กำหนดได้...ถ้าเด็กได้ทำการฝึกในทุกๆสถานะการณ์ และมีความเข้าใจการเล่นดีแล้ว เมื่อลงเล่นเป็นทีม 11 คน ก็จะทำให้เกมมีความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้นด้วย......